
ใครถือโฉนดที่ดิน 631,263 ไร่?(จบ)
โดย...ชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์
โดย...ชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์
สัปดาห์ที่แล้วได้นำเสนอข้อมูลการถือครองที่ดินในประเทศไทย จากข้อมูลของกรมที่ดิน ซึ่งพบว่าจากจำนวนที่ดินมีโฉนดและประชาชนถือครอง 15,900,047 ไร่ทั่วประเทศ มีบุคคลหนึ่งถือครองไว้ถึง 631,263 ไร่ (คาดว่ามีที่ดินมากที่สุดในโลก)
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจของประชาชนในประเทศไทยนับว่าสูงที่สุดในโลก เพราะค่าเฉลี่ยความไม่เท่าเทียมของประเทศกำลังพัฒนาอยู่ที่ 0.413 Gini Index แต่ในค่าจีนีของไทยอยู่ที่ 0.536
ดังนั้น กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ที่ใช้มายาวนานในประเทศไทย เพื่อบิดเบือนและปกปิดความรุนแรงของความยากจน ความไม่เท่าเทียม ความเอารัดเอาเปรียบ รวมไปถึงการร่วมมือทุจริตในการฉ้อราษฎร์บังหลวง ฯลฯ จึงเป็นเรื่องท้าทายจิตสาธารณะ หรือจิตวิญญาณของนักข่าวประเภทสืบสวนนานาชาติ International Consortium of Investigative Journalists–ICIJ ที่สื่อสารมวลชนไทยควรจะมีบทบาท เพราะข้อมูลจำนวนมหาศาลที่รั่วออกมานั้น ถ้ามิใช่คนไทยอ่าน โอกาสที่จะทราบว่าใครเป็นใคร ใครพูดจริงหรือโกหก ใครเอารัดเอาเปรียบสังคมคงทำไม่ได้
ถ้าเป็นไปได้โฉนดที่ดิน 6 แสนกว่าไร่ ตกเป็นของบุคคลคนหนึ่งได้อย่างไร หลักฐานการยื่นรายการเสียภาษีย้อนหลัง 20-30 ปีของคนคนนั้นมีรายละเอียดอย่างไร มีนิติบุคคล/บุคคลผู้มีอิทธิพลทางการเมือง/ฯลฯ เกี่ยวข้องด้วยมากน้อยเพียงไร!!! บุคคล 837 ราย มีหลักฐานการเสียภาษีย้อนหลัง 20-30 ปีได้อย่างไร เหตุใดจึงมีที่ดินได้รายละมากกว่า 1,000 ไร่ และประกอบอาชีพอะไร ฯลฯ
สรุปข้อมูลของกรมที่ดินซึ่งพัฒนาเป็นระบบ MIS–Management Information System มานานแล้วด้วยความช่วยเหลือของธนาคารโลก สามารถบริหารจัดการด้วยวิธีทันสมัยในการออกโฉนดที่ดินให้ประชาชนได้รวดเร็ว สามารถนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์กับบรรดาสถาบันการเงินและธนาคารต่างๆ ได้สะดวก ข้อมูลเลข 13 หลักจากบัตรประจำตัวประชาชนของกรมการปกครองขณะนี้ ก็สามารถนำไปใช้ในการค้นหาโฉนดที่ดินและการถือครองได้อย่างเกือบจะสมบูรณ์ (ถ้าได้รับอนุญาตจากศาล หรือหน่วยงานที่มีกฎหมายรองรับให้ตรวจสอบทรัพย์สินได้)
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในอังกฤษเร็วๆ นี้ ที่นายกรัฐมนตรีต้องรีบแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการเปิดเผยข้อมูลการยื่นเสียภาษีของตนเองย้อนหลัง 6 ปี เพราะปรากฏชื่อในปานามา เปเปอร์ส แสดงว่ากรมสรรพากร (ของทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทย) ก็สามารถดำเนินการทำนองเดียวกันได้ และระบบข้อมูลของกรมสรรพากรไทยเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างของระบบ MIS ที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นหากสาธารณชนจะเรียกร้องให้รัฐบาล คสช. ทดสอบข้อมูลทั้งของกรมที่ดินและกรมสรรพากรตามหมายเลข 13 หลักของบัตรประจำตัวประชาชนของกลุ่มบุคคลจำนวน 20-30 รายที่มีข่าวลือว่ามีธุรกรรมในประเทศปานามาตามข่าวที่ปรากฏไปทั่วโลก คงจะเป็นนโยบายสาธารณะที่สร้างความโปร่งใสให้กับสังคมไทยได้ และผลการประเมินค่า CPI ของ Transparency International ปีหน้าควรจะดีขึ้นเป็นแน่!!
ตัวอย่างที่ปรากฏขณะนี้ คือ ประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งมีปริมาณน้ำมันที่ยืนยันได้ว่ามากที่สุดในโลก แต่ประชาชนกำลังประสบกับความยากลำบาก เพราะสินค้าอุปโภคบริโภคขาดแคลนอย่างรุนแรง ประชาชนในเมืองหลวงและเมืองใหญ่ๆ ต้องเข้าแถวรอการปันส่วนอาหาร/สินค้าอุปโภคบริโภคนานเป็นสิบๆ ชั่วโมง ความขาดแคลนได้ลุกลามไปทั่วประเทศติดต่อกันมาหลายสัปดาห์แล้ว ทั้งๆ ที่บรรดานักการเมือง/คนร่ำรวยผู้มีอิทธิพล ล้วนแต่ได้ประโยชน์จากกิจการน้ำมันของชาติในรูปแบบต่างๆ กันในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
การปฏิวัติของประชาชนกำลังรอข้อมูลจากปานามา เปเปอร์ส ว่าใครบ้างที่ทำให้เวเนซุเอลากำลังล้มละลายทั้งๆ ที่มีทรัพยากรมหาศาล ทั่วโลกกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนและรอดูผลกระทบต่อเนื่องไปยังประเทศอื่นๆ ที่สร้างความร่ำรวยจากน้ำมัน แต่ผลประโยชน์กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนจำนวนน้อยเท่านั้น







