posttoday
สิ้น ‘บรรหาร ศิลปอาชา’ ไม่สิ้น ‘ชาติไทยพัฒนา’

สิ้น ‘บรรหาร ศิลปอาชา’ ไม่สิ้น ‘ชาติไทยพัฒนา’

26 มิถุนายน 2559

พรรคชาติไทยพัฒนา ถือเป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยมาเป็นเวลานาน

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

พรรคชาติไทยพัฒนา ถือเป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยมาเป็นเวลานาน แม้พรรคชาติไทยจะถูกยุบพรรคไปด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่พรรคการเมืองนี้ก็ยังสามารถมีที่ยืนในการเมืองได้

ความเป็นพรรคชาติไทยพัฒนาที่ยังดำรงอยู่ได้นั้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากชายชื่อ “บรรหาร ศิลปอาชา” ประธานที่ปรึกษาพรรค แต่เวลานี้คำถามหลายข้อที่ว่าด้วยอนาคตพรรคชาติไทยพัฒนาเกิดขึ้นมากพอสมควร หลังจากอดีตนายกฯ บรรหารได้ถึงแก่อสัญกรรม

ในเรื่องนี้ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคและคนสนิทของบิ๊กเติ้ง ตอบเสียงหนักแน่นว่า “บอกได้เลยว่าเดินหน้าต่อแน่นอน เพราะทายาทของท่านบรรหารทั้งคุณวราวุธและคุณกัญจนา เขาพร้อมจะเคียงบ่า เคียงไหล่กับพวกเรา จริงอยู่วันนี้พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ใช่ของท่านบรรหารและไม่ใช่ของครอบครัวศิลปอาชา แต่เป็นของประชาชน ซึ่งทั้งสองท่านเป็นทายาทที่มีบทบาทสำคัญกับพรรคมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเราต้องให้เกียรติเขา เราต้องสอบถามเขา”

“ความกระจ่างชัดทั้งหมดจะเกิดขึ้นหลังเสร็จสิ้นการจัดงานให้กับท่านบรรหาร แต่ยืนยันว่าพรรคจะดำเนินต่อไป เพราะเป็นจิตวิญญาณของท่านบรรหาร ทุกคนรู้ว่าท่านรักพรรคขนาดไหน ไม่อยากให้ใครมาตราหน้าหรือมาพูดว่าพอสิ้นท่านบรรหารก็สิ้นพรรคชาติไทยพัฒนา ผมเชื่อว่าทั้งคุณวราวุธและคุณกัญจนาไม่ปรารถนาทิ้งสิ่งนี้แน่นอน”

สมาชิกพรรคที่อยู่จะยังอยู่ร่วมงานกันต่อไปหรือไม่? สมศักดิ์ ตอบว่า ยังไม่มีโอกาสได้ประชุมพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ มีเพียงการสอบถามแบบเป็นการส่วนตัว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ ดังจะเห็นได้จากการที่คนในพรรคมาร่วมงานของท่านบรรหารทุกคนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย

“ไม่มีสมาชิกคนไหนหวั่นไหว แต่มีบางคนที่มาลา ซึ่งเป็นการเตรียมจะมาลาก่อนที่จะเสียท่านบรรหาร เพราะเขามองเห็นว่าการเมืองอย่างนี้ เขายังไม่อยากเล่น ขอลาออกไปก่อนดีกว่า”

พรรคชาติไทยพัฒนาจะวางกลยุทธ์การสู้สนามเลือกตั้ง สส.ในภาคกลางที่ไม่ได้เป็นพื้นที่ผูกขาดของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งอย่างไร ในเมื่อพรรคไม่ได้มีอดีตนายกฯ บรรหารเป็นผู้นำ? สมศักดิ์ ระบุว่า “คงต้องคุยกัน แต่เราเตรียมไว้แล้ว เราได้คุยกันแล้วในระหว่างพวกเราที่ได้เจอกันทุกสัปดาห์ประจำ และได้คุยกันในหลักการ ทั้งคุณนา ท่านประภัตร ท่านจองชัย และผู้ใหญ่ของพรรคที่อยู่มานาน ทุกคนก็ตกผลึกและเห็นด้วยกับแนวทางที่วางไว้ในอนาคต โดยต้องสานนโยบายของท่านบรรหารต่อไป แต่ยังไม่ขอบอกในตอนนี้”

“เราไม่รู้หรอกว่าการแข่งขันจะสูสี คงไปคาดเดาแทนประชาชนไม่ได้ แต่คิดว่าแนวทางที่เราจะนำเสนอ มันน่าจะตรงกับแนวทางของประชาชนที่ต้องการ”

“การทำพรรคการเมืองทุกพรรคคิดเหมือนกัน อยากให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของมหาชน วันนี้การมีสมาชิกพรรค 2 ล้านคน 3 ล้านคน 8 ล้านคน 10 ล้านคน เราก็ถือว่าพรรคการเมืองเป็นสมบัติส่วนรวมส่วนหนึ่งแล้ว แต่เราต้องการให้เป็นมากกว่านั้น”

สมศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า “โครงสร้างของพรรคชาติไทยพัฒนาเปลี่ยนแปลงแน่นอน แต่เรื่องอุดมการณ์ของพรรคไม่มีวันเปลี่ยนแน่นอน จะยังยึดหลักการไม่แสวงศัตรู แต่จะสร้างมิตร และเป็นแนวทางเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และพร้อมกับสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต ถ้าคิดว่า คสช.ผ่อนปรนและเปิดให้มีการประชุมพรรคเมื่อไหร พรรคก็คงต้องพร้อม”

“การบริหารพรรคการเมืองในเวลานี้ไม่น่าจะยากนัก เพราะอยู่กันด้วยหัวใจ ถ้าจะอยู่นะ ยังไงมันก็อยู่ ถ้ามันจะไม่อยู่ ยังไงมันก็ไม่อยู่ คนมันจะไป มันจะเหนี่ยวรั้งไม่ได้อยู่แล้ว ถ้ามันอยู่ด้วยใจแล้วการเคารพกติกามันก็มีอยู่ในตัวตนของแต่ละบุคคลแล้ว”

สำหรับระบบเลือกตั้ง สส.แบบใหม่ที่ใช้การลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้งใบเดียวแต่เลือกทั้ง สส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อจะส่งผลกระทบต่อพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่ เพราะแต่ละพรรคจำเป็นต้องส่งผู้สมัคร สส.เขตให้มากที่สุดเพื่อหวังคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ สมศักดิ์ วิเคราะห์ว่า “คิดว่าคงไม่มีปัญหาหรอก การส่งผู้สมัครให้ครบทุกเขตเ ลือกตั้งไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะหาคนที่มีคุณสมบัติที่เชื่อมั่นว่าส่งไปแล้วจะได้รับการเลือกตั้งให้เป็น สส.แน่ อย่างนี้จะเป็นเรื่องยากกว่า”

“เราบอกสมาชิกพรรคและอดีต สส.ไปว่า วันนี้แม้จะไม่มีสภา แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีตัวตนพวกเรานะ ตัวตนของเราที่เป็นนักการเมือง ยังไงมันก็เป็นนักการเมือง คุณต้องลงพื้นที่ ไม่ใช่พอปี่กลองดังแล้วคุณถึงค่อยจะไปลง ตอนนั้นคุณไม่ทันหรอก เพราะระยะเวลา 90-120 วันก่อนวันเลือกตั้ง คุณลงพื้นที่ไม่ได้หมด และผมเชื่อว่ากติกาใหม่พื้นที่เลือกตั้งจะกว้างขึ้น และจำนวน สส.ลดลง ดังนั้นคุณจะต้องทำงานหนักมากขึ้น”

ขณะเดียวกัน สมศักดิ์ ยังมองว่า ระบบเลือกตั้ง สส.แบบใหม่ไม่ได้ช่วยให้พรรคการเมืองได้เปรียบไปกว่าใคร แต่ไปลิดรอนสิทธิของประชาชนที่เคยมีในการเลือก สส. เพราะในอดีตมีบัตรเลือกตั้งสองใบ แบ่งเลือกระหว่าง สส.เขตและบัญชีรายชื่อ แต่เมื่อใช้การลงคะแนนด้วยบัตรใบเดียว จึงไม่เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเต็มที่

“ผมไม่อยากจะมองว่าพรรคการเมืองไหนได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร แต่ผมมองว่านี่คือการรอนสิทธิ และนี่คือการไม่ส่งเสริมสนับสนุนพรรคการเมือง ในอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อคนไหนเป็นนายทุน คุณก็ไม่ต้องเลือก สส.บัญชีรายชื่อพรรคการเมืองนั้น แต่เมื่อระบบเลือกตั้ง สส.แบบใหม่ที่ให้กากบาทได้ใบเดียวเลือกได้คนเดียวจากเดิมที่เลือก สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่ออย่างละหนึ่งใบ เหมือนกับซื้อเหล้าแถมเบียร์ อย่างนี้เป็นการรอนสิทธิของประชาชนหรือไม่”

สมศักดิ์ สรุปว่า แบบนี้จะเป็นหลักประกันที่ช่วยให้ปลอดนายทุนหรือบุคคลที่มีพฤติกรรมสังคมรังเกียจหรือไม่ รู้อยู่แล้วผู้สมัคร สส.เขตเป็นคนดี และอยากจะเลือกให้เป็น สส. แต่ถ้าเลือกไปก็อาจได้ สส.บัญชีรายชื่อที่เป็นนายทุนหรือบุคคลที่สังคมรังเกียจไปด้วย เลือกไปแล้วต้องได้ทั้งพระได้ทั้งโจรเหรอ แบบนี้มันไม่ยุติธรรม ยิ่งจะทำให้สังคมปั่นป่วนมากขึ้น เพราะเลือกพระอาจได้โจร

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69