
เงินเดือนกับการลงทุน
มนุษย์เงินเดือนหรือคนที่ทำงานในบริษัทเอกชน หน่วยงานราชการที่รับเงินค่าจ้างเป็นรายเดือนตอนสิ้นเดือนหรือวันที่เท่าไหร่ก็ตาม คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่มีจำนวนมากที่สุดในตลาดแรงงาน แทบจะเรียกได้ว่าเกือบ 100% ของคนที่ใช้แรงงานทั้งหมดในประเทศไทย และเนื่องจากคนกลุ่มนี้จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน ดังนั้น การจะนำเงินที่ได้รับมานั้นไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นอาจจะมีเรื่องที่ควรต้องคำนึงถึงพอสมควร เช่น ความสามารถในการผ่อนดาวน์ หรือว่าผ่อนเงินกู้ธนาคาร ความสามารถในการขอเงินกู้จากทางธนาคาร เงินคงเหลือสุทธิหลังจากที่หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมทั้งเงินผ่อนอสังหาริมทรัพย์แล้วจะต้องเพียงพอต่อการใช้ชีวิต เป็นต้น
มนุษย์เงินเดือนหรือคนที่ทำงานในบริษัทเอกชน หน่วยงานราชการที่รับเงินค่าจ้างเป็นรายเดือนตอนสิ้นเดือนหรือวันที่เท่าไหร่ก็ตาม คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่มีจำนวนมากที่สุดในตลาดแรงงาน แทบจะเรียกได้ว่าเกือบ 100% ของคนที่ใช้แรงงานทั้งหมดในประเทศไทย และเนื่องจากคนกลุ่มนี้จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน ดังนั้น การจะนำเงินที่ได้รับมานั้นไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นอาจจะมีเรื่องที่ควรต้องคำนึงถึงพอสมควร เช่น ความสามารถในการผ่อนดาวน์ หรือว่าผ่อนเงินกู้ธนาคาร ความสามารถในการขอเงินกู้จากทางธนาคาร เงินคงเหลือสุทธิหลังจากที่หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมทั้งเงินผ่อนอสังหาริมทรัพย์แล้วจะต้องเพียงพอต่อการใช้ชีวิต เป็นต้น
คนกลุ่มนี้มีโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างมาก เพราะว่าเงินเดือนที่ได้รับมานั้นเป็นการรับผ่านระบบธนาคารเกือบทั้งหมด จึงทำให้มีหลักฐานการรับเงินเป็นรายเดือนที่แน่นอน แต่มนุษย์เงินเดือนที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีเรื่องที่ต้องระวัง นอกเหนือจากการขอสินเชื่อข้างต้น คือ 1.ต้องคิดเสมอว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง 2.อย่าโลภมากเกินไป 3.ต้องมั่นใจว่ามีศักยภาพและความพร้อมในการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์มาเป็นของตนเอง 4.ไม่ได้ลงทุนเพื่อหวังเก็งกำไรใบจอง (สอดคล้องกับข้อ 1) 5.ขยันหาข้อมูลก่อนจะตัดสินใจลงทุน และ 6.อย่าไปเชื่อหรือฟังคนอื่นมากเกินไป
ปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสารทำให้มีการใช้ประโยชน์จากเรื่องเหล่านี้กันแพร่หลาย รวมทั้งการประชาสัมพันธ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ผ่านทางสังคมออนไลน์โดยใช้คนที่มีชื่อเสียง หรือเว็บไซต์ เว็บบอร์ดที่มีชื่อเสียงต่างๆ โดยการรีวิวหรือการเยี่ยมชมโครงการเพื่อเป็นการสร้างกระแส ซึ่งพอเรื่องเหล่านี้ออกมาสู่สาธารณะเข้าสู่การรับรู้ของคนที่ต้องการลงทุนก็อาจทำให้เกิดการไขว้เขวหรือว่าหลงไปกับกระแสต่างๆ และทำให้ไปลงทุนในโครงการที่ราคาขายอาจจะไม่สมเหตุสมผล หรือว่าไปลงทุนในโครงการที่ไม่เหมาะกับรายได้ เป็นต้น
ก่อนจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลโครงการที่เราสนใจและโครงการอื่นๆ เพื่อเปรียบเทียบ รวมทั้งหาข้อมูลมาเพื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่พนักงานขายบอกเราด้วย เช่น เรื่องของค่าเช่าของโครงการในบริเวณนั้น รวมทั้งดูว่าโครงการอื่นๆ ขายได้เป็นอย่างไร เพื่อจะได้รู้ว่าแถวนั้นมีความต้องการคอนโดมิเนียมมากน้อยแค่ไหน เรื่องเหล่านี้อาจจะดูยุ่งยากแต่ก็จะดีกว่าสำหรับใครก็ตามที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อจะได้ไม่เป็นนักลงทุนแมลงเม่าที่อาจจะต้องเสียใจเมื่อถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ หรือเสียใจเมื่ออสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ซื้อมาเป็นภาระที่มากเกินกว่าจะรับได้ในอนาคต







