posttoday
ตลาดเงินตลาดทุนป่วนรับผลประชามติ

ตลาดเงินตลาดทุนป่วนรับผลประชามติ

24 มิถุนายน 2559

แม้ทั่วโลกจะจับตาว่าการตัดสินใจจะอยู่หรือออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษ

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

แม้ทั่วโลกจะจับตาว่าการตัดสินใจจะอยู่หรือออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษ จะส่งผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนโลกอย่างไร ในมุมมองของนายแบงก์ พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ EXIM Bank เห็นว่า ไม่ว่าจะอังกฤษจะออกหรือไม่ออกจากอียูจะส่งผลให้ตลาดเงินและตลาดทุนโลกผันผวนทั้งสองทาง

ทั้งนี้ ผลออกหรือไม่ออกจะส่งผลให้ค่าเงินปอนด์ อังกฤษ และค่าเงินยูโร ของอียู เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะแข็งหรือจะอ่อน ก็จะต้องดูผลความเชื่อมั่นและเงินทุนเคลื่อนย้ายว่าจะไปไหน หากออกจากอียูค่าเงินปอนด์ก็จะแข็งค่าขึ้น แต่ค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลง แต่ถ้าไม่ออกค่าเงินก็จะกลับทิศกัน ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนว่าจะลงทุนอย่างไรดี

พิศิษฐ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ทำการส่งออกและทำการค้ากับประเทศอังกฤษหรือในสหภาพยุโรป และยังไม่มีความมั่นใจว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่ ควรจะซื้อประกันความเสี่ยงทั้งในด้านอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย รวมทั้งประกันด้านการส่งออกไว้ เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องการชำระเงินจากประเทศผู้ซื้อสินค้า

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของเอ็กซิมแบงก์ที่ทำการค้าการส่งออกกับอังกฤษและสหภาพยุโรปนั้น ยังมีสัดส่วนน้อยมากไม่ถึง 2% ดังนั้น จึงเชื่อว่าไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจาก
กรณีเบร็กซิต (Brexit) โดยเอ็กซิมแบงก์จะมีการศึกษาว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของธนาคารหรือไม่ เช่น เกิดกรณีเงินปอนด์แข็งค่าหรืออ่อนค่า อาจทำให้นักลงทุนในอังกฤษเกิดความไม่มั่นใจแล้วย้ายฐานการผลิตออก หรือย้ายการสั่งซื้อสินค้าออกไปอยู่ในยุโรปแทน ซึ่งกำลังติดตามอยู่

ด้าน กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากอังกฤษออกจากอียู ผลกระทบผ่านตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและการเงินโลกมาถึงไทยนั้นคงมีบ้าง โดยเฉพาะช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แต่ไทยน่าจะรองรับกับความผันผวนดังกล่าวได้

ส่วนผลกระทบอีกด้านคือ ด้านการค้าของไทยกับอังกฤษและสหภาพยุโรปทุกประเทศนั้น ปัจจุบันอยู่แค่เพียง 1.8% และ 10.2% ของการส่งออกทั้งหมดของไทยตามลำดับ ผลกระทบจึงคงมีไม่มาก ยิ่งไปกว่านั้น กว่าผลประชามติจะทำให้อังกฤษต้องออกจากสหภาพยุโรปจริง ก็คงใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งก็หมายความว่าต่อไปว่าผลต่อไทยด้านการค้าคงไม่เกิดขึ้นเร็ววัน

ชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ นายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กล่าวว่า ร้านค้าที่รับแลกเปลี่ยนเงินใช้ความระมัดระวังมากในการเก็บสต๊อกเงินตราต่างประเทศ ไม่มีการเก็งกำไรค่าเงิน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง หากได้รับแลกเงินปอนด์และเงินยูโรมาก็จะขายออกทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนค่าเงินที่อาจจะมีความผันผวน

สำหรับค่าเงินบาทวานนี้ ปิดตลาดที่ 35.17 บาท/เหรียญสหรัฐ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และปรับเริ่มเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวรับที่ 35.20 บาท/เหรียญสหรัฐ ปัจจัยที่ต้องจับตามองในวันนี้ ผลการทำประชามติของอังกฤษ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายในเวลา 10.00-12.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ในช่วงบ่ายวันนี้ตลาดเงินจึงจะปรับตัวรับข่าวผลประชามติ

เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ความผันผวนของตลาดหุ้นที่ได้รับจะเป็นผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น เพราะในเชิงการค้าไทยมีธุรกรรมทางการค้ากับอังกฤษเพียงส่วนน้อย ขณะที่การเปลี่ยนแปลงด้านค่าเงินคงเป็นผลระยะสั้น แต่ ตลท.ได้เตรียมความพร้อมเรื่องมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับอย่างสม่ำเสมอ เช่น มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์ หากดัชนีหุ้นไทยเกิดความผันผวน

ด้าน อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย วิเคราะห์ว่า ในกรณีที่อังกฤษมีประชามติให้ออกจากการเป็นสมาชิกอียู ตลาดจะมีการตกใจระยะสั้นจะมีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา และมีเงินทุนไหลออกจากอังกฤษและอียู ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบกับค่าเงินบาทไทยอ่อนค่าลงเล็กน้อยเช่นกัน ทั้งนี้สินทรัพย์การลงทุนจะไหลไปลงทุนสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย และทำให้ค่าเงินสหรัฐและเงินเยนแข็งค่าขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในข่าวร้ายก็เป็นข่าวดี เพราะหากค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น น่าจะเป็นแรงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และน่าจะทำให้มีเงินทุนจาก
ต่างประเทศไหลกลับมาลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะไทยที่ยังเป็นประเทศน่าลงทุนในสายตาต่างประเทศ โดยคาดว่ากรณีนี้จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยค่าเงินบาทสิ้นปีอยู่ที่ประมาณ 36.70 บาท/เหรียญสหรัฐ

สำหรับกรณีที่อังกฤษมีมติไม่ออกจากการเป็นสมาชิกอียูนั้น จะทำให้นักลงทุนที่ขายสินทรัพย์ไปก่อนหน้านี้จะกลับมาลงทุนในเงินปอนด์และสกุลยูโร ซึ่งจะกระทบต่อกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย รวมทั้งมีโอกาสที่เฟดจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตามความเห็นส่วนตัวคาดว่าเฟดน่าจะมีการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ และคาดว่าสิ้นปีนี้ค่าเงินบาทจะอยู่ประมาณ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ถ้าประชามติออกมาว่าอังกฤษไม่ออกจากอียูจะสร้างความผันผวนกับตลาด เงินปอนด์จะรีบาวด์ขึ้น มีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนค่าเงินบาทต้องจับตาการประชุมของเฟด รวมทั้งปัจจัยภายในประเทศด้วย โดยไตรมาสแรกดุลบัญชีเดินสะพัดไทยเกินดุล 16% สูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากการนำเข้าลดลงและการท่องเที่ยวดีขึ้น รวมทั้งตั้งแต่ต้นปีต่างประเทศเข้ามาลงทุนซื้อพันธบัตรกว่า 2 แสนล้านบาท สะท้อนว่าไทยยังน่าลงทุน” อมรเทพ กล่าว

ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าอังกฤษไม่น่าจะออกจากอียู เพราะจะมีผลกระทบค่อนข้างมาก ต้องเจรจาการค้าที่เคยอิงสัญญาการอยู่ในอียูใหม่หมด เพราะมีเงื่อนไขที่ผูกกับอียูทั้งแรงงานและสัญญาต่างๆ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี