
ตู่ ซัดอสส.รับใบสั่งการเมือง
ตู่ ซัดอสส.รับใบสั่งการเมือง แฉ“พีระพันธุ์”โทรหา“ประจวบ สังข์ขาว” เตรียมตั้งกระทู้ถามสัปดาห์หน้า ลั่นชุมนุมหน้าอัยการสูงสุดแน่
ตู่ ซัดอสส.รับใบสั่งการเมือง แฉ“พีระพันธุ์”โทรหา“ประจวบ สังข์ขาว” เตรียมตั้งกระทู้ถามสัปดาห์หน้า ลั่นชุมนุมหน้าอัยการสูงสุดแน่
เมื่อเวลา 13.15 น. ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวถึงกรณีที่นายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อให้เร่งรัดสั่งฟ้องคดีของแกนนำนปช.ว่า ล่าสุดอัยการสูงสุดได้เร่งรัดคดีและน่าจะสั่งฟ้องภายในเย็นวันนี้ ทั้งที่ยังไม่ถึงวันครบกำหนดฝากขัง 84 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 7 ก.ย. และที่ผ่านมาก็ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมต่อผู้ถึงกล่าวหา ไม่มีการสอบพยานทั้งชั้นพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการ เป็นคนละมาตรฐานโดยสิ้นเชิงกับคดีของกลุ่มพันธมิตรฯ จึงเห็นว่าอัยการสูงสุดวันนี้กลายเป็นองค์กรทาส ประชาชนพึ่งหวังไม่ได้ และไม่แน่ใจว่าต่อไปศาลจะพึ่งได้หรือไม่
"สำนวนคดีก่อการร้ายที่เขียนไว้ตนนำมาเปิดเผยไม่ได้ แต่เห็นแล้วต้องบอกว่าโหลยโท่ย กุข่าวสร้างพยานเท็จอย่างเลวร้ายที่สุด เป็นมนุษย์ไม่น่าจะใส่ร้ายกันได้ถึงเพียงนี้ ปั้นพยานเท็จมาเดินเรื่องใส่ร้ายกันในหลายกระบวนการ อย่างนี้จะปรองดองกันได้อย่างไร จะปฏิรูปด้วยการบีบให้คนจนตรอกไม่มีทางเลือกอย่างนั้นหรือ"นายจตุพรกล่าว
นายจตุพร ยังกล่าวว่าถึง กรณีที่จะชุมนุมหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด ก็เพื่อทวงถามความเป็นธรรม และต้องการทราบเหตุผลการกระทำต่างๆของอัยการสูงสุด ทั้งนี้นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ควรลาออกได้แล้ว เพราะตัวเองเป็นตัวประกันคดีขายสินทรัพย์ปรส. กว่า 8 หมื่นล้านบาท ถูกต่อรองในการทำหน้าที่จนขายความสง่างาม ส่วนจะเดินทางไปชุมนุมวันไหนนั้นจะตัดสินใจอีกครั้ง อย่างไรก็ตามการไปชุมนุมที่อัยการสูงสุด คงไม่มีประโยชน์อะไรต่อรูปคดีแล้ว แต่จะไปเพื่อทวงถามเกียรติภูมิของอัยการสูงสุด พร้อมทั้งถามถึงการปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐานที่ทำกับนปช.และกลุ่มพันธมิตรฯ
นายจตุพรกล่าวว่า สำหรับนายพีระพันธุ์ ได้ดำเนินการหลายอย่างที่ไม่ชอบมาพากล ซึ่งก็ขอให้เตรียมตอบกระทู้ของตนในสัปดาห์หน้า นอกจากนายพีรพันธุ์จะแทรกแซงอัยการแล้ว ยังโทรศัพท์ไปถึงนายประจวบ สังข์ขาว ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่รู้ว่าโทรไปหาเพื่ออะไรและโทรไปในฐานะอะไร
นอกจากนี้นายพีรพันธ์ ยังสั่งให้ดีเอสไอนำข้อมูล และคำให้การพยานซึ่งอยู่ในขั้นตอนการคุ้มครองพยานตามพรบ.คุ้มครองพยาน ให้กับทีมกฎหมายในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการช่วยเหลือกันให้พรรคประชาธิปัตย์รู้ข้อสอบก่อน และเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ผิดทั้งมิติทางกฎหมายและทางจริยธรรม เบื้องต้นนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ไปร้องต่อปปช.ว่านายพีรพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบข้อหาดำเนินการเร่งรัดให้อัยการสั่งฟ้องคดีของแกนนำนปช.แล้ว ส่วนกรณีการสั่งดีเอสไอให้เอาข้อมูลและคำให้การพยานมาให้ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ในคดียุบพรรค ตนก็จะดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่รับอุทธรณ์คดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า เรื่องนี้เมื่อศาลมีมติชัดเจนแล้วก็ถือเป็นข้อยุติที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ และคงไม่ได้ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงเกิดอาการขวัญเสีย ไม่มีผลต่อการดำรงอยู่ของคนเสื้อแดง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ได้มีการใช้เงินของอดีตนายกฯ การดำเนินการหรือเคลื่อนไหวใดๆ ก็เป็นการนำเงินมาจากการระดมทุนกันเองทั้งการจัดคอนเสิร์ต จัดกิจกรรม ขายของที่ระลึก ฉะนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา







