
ดีเอสไอตั้งกก.สอบวินัยอดีตพนักงานสอบสวนคดีสหกรณ์คลองจั่นฯ
อธิบดีดีเอสไอเผยตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรงอดีตพนักงานสอบสวนคดีสหกรณ์คลองจั่น ยันแม้ชิงลาออกไม่มีผลต่อมติลงโทษ
อธิบดีดีเอสไอเผยตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรงอดีตพนักงานสอบสวนคดีสหกรณ์คลองจั่น ยันแม้ชิงลาออกไม่มีผลต่อมติลงโทษ
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยกรณีที่พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ออกมาระบุว่ามีการตรวจสอบความผิดกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่เกี่ยวข้องกับคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด 2 ราย ว่า ในส่วนดีเอสไอยอมรับว่าได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับอดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีสหกรณ์คลองจั่นฯ โดยพบว่ามีพฤติกรรมทำการสอบสวนโดยมิชอบ เป็นการสอบสวนโดยลำพัง ไม่มีพนักงานอัยการร่วมสอบตามระเบียบที่ถูกต้อง ขณะนี้การสอบสวนแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างรอเข้าประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน(อ.ก.พ.) กระทรวงยุติธรรม เพื่อพิจารณาให้ออกหรือปลดออก ขณะที่หัวหน้าพนักงานสอบสวนคนดังกล่าวได้ยื่นขอลาออกจากราชการแล้ว
"ผมได้อนุมัติใบลาออกเนื่องจากไม่มีเหตุผลคัดค้านการลาออก แต่การลาออกไม่มีผลเกี่ยวข้องกับการสอบสวนความผิดทางวินัยร้ายแรง เพราะท้ายสุดอ.ก.พ.มีมติลงโทษก็จะเปลี่ยนคำสั่งจากลาออกเป็นให้ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ ส่วนข้าราชการอีกรายอาจเป็นในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการถอดอายัดที่ดินในคดีดังกล่าว ทำให้นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ นำที่ดินไปขายได้"อธิบดีดีเอสไอ กล่าว
ส่วนกรณีที่กลุ่มสมาชิกสหกรณ์ฯจะเข้าทวงถามความคืบหน้าการสอบสวนคดีดังกล่าวในวันที่ 22 มิ.ย. อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า คาดว่าเป็นการขอเร่งรัดการสอบสวนในส่วนผู้รับเช็คอื่น เช่น นายสถาพร ศิริวัฒนานุกูล นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ และนายจิรเดช วรเพียรกุล ซึ่งดีเอสไอมั่นใจว่าจะพยายามสรุปสำนวนคดีฟอกเงินทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค. เพื่อเร่งรัดการติดตามเงินมาจ่ายคืน และเยียวยาความเสียหายให้สมาชิกสหกรณ์ ทั้งนี้ ตนขอให้ศิษย์ที่สนับสนุนวัดพระธรรมกายมองในมุมของสมาชิกสหกรณ์ที่เดือดร้อน อย่างน้อยควรรับรู้ว่าคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายที่รอการเยียวยา
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 มิ.ย.ดีเอสไอ จะมีการประชุมร่วมกับแพทยสภาเพื่อหารือข้อกฎหมายว่าหากในอนาคตมีปัญหาการออกใบรับรองแพทย์โดยมิชอบจะสามารถดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความรวดเร็วอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบกับความสอบสวน







