
DSIแจงมีคดีเอกชนลวงขายจีที200ให้รัฐ16คดี ผลสอบยันไม่มีประสิทธิภาพ
ดีเอสไอยันทำคดี จีที200 ตั้งแต่ปี 53 พบ15 หน่วยงานร้องทุกข์ รับเป็นคดีพิเศษ 16 คดี พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องส่งสำนวนให้อัยการแล้ว
ดีเอสไอยันทำคดี จีที200 ตั้งแต่ปี 53 พบ15 หน่วยงานร้องทุกข์ รับเป็นคดีพิเศษ 16 คดี พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องส่งสำนวนให้อัยการแล้ว
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงการตรวจสอบเครื่องตรวจจับระเบิดปลอมรุ่นจีที 200 ว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีพิเศษ กรณีบริษัทเอกชนที่เป็นตัวแทนผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือตัวแทนจำหน่วยเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยจีที 200 ในข้อหาฉ้อโกงหรือลวงขายเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยที่ไม่มีประสิทธิภาพนั้น ตามที่ดีเอสไอ โดยสำนักคดีความมั่นคงได้ดำเนินการสืบสวนกรณีการทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยของส่วนราชการ รวม 11 หน่วยงาน เลขสืบสวนที่ 88/2553 และ 145/54 โดยมีความเห็นว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานอาจเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 มาตรา 14 และมาตรา 15
จากนั้น ดีเอสไอได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2554
ทั้งนี้ สำหรับกรณีการดำเนินคดีอาญากับบริษัทเอกชนที่เป็นตัวแทนผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือตัวแทนจำหน่วยเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยจีที 200 นั้น คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 5/2555 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2555 และครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2556 ให้รับกรณีบริษัทเอกชนซึ่งเป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือตัวแทนจำหน่ายเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัย ซึ่งมีพฤติการณ์ฉ้อโกงหรือ ลวงขายเครื่องตรวจวัตถุระเบิดต้องสงสัยที่ไม่มีคุณภาพตามที่กล่าวอ้างกับหน่วยงานของรัฐ เป็นคดีพิเศษทั้งหมด 16 คดี ซึ่งมีหน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้เสียหายได้จัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยจีที200 จำนวนประมาณ 1,398 เครื่อง มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,134,218,618 บาท เข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ 15 หน่วยงาน
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับผลรายงานการตรวจวัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจีที 200 จากศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (ศอท.) ยืนยันว่าเครื่องตรวจจีที 200 ไม่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพในการตรวจหาสารเสพติดและวัตถุระเบิดได้จริงตามที่บริษัทผู้ผลิต และบริษัทตัวแทนจำหน่ายอวดอ้าง คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงสรุปสำนวนและมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาฐาน “หลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในสภาพ และคุณภาพแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เมื่อประมาณเดือน ธ.ค. 2557
สำหรับกรณีบริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเครื่องตรวจหาสารระยะไกล รุ่นจีที 200 ในประเทศอังกฤษ และเป็นผู้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยนั้น คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการประสานขอพยานหลักฐานจากทางการประเทศอังกฤษผ่านช่องทางการขอความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางอาญา โดยเมื่อประมาณเดือน ส.ค. 2557 สำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางได้ส่งคำร้องขออย่างเป็นทางการ ไปยังทางการสหราชอาณาจักร ผ่านช่องทางสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรแห่งบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2537 แล้ว ซึ่งเมื่อได้พยานหลักฐานในส่วนนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ดำเนินการสอบสวนต่อไป







