posttoday
โพลเอแบคชี้ตร.อยากให้วิเชียรแก้ไขเรื่องสวัสดิการ

โพลเอแบคชี้ตร.อยากให้วิเชียรแก้ไขเรื่องสวัสดิการ

11 สิงหาคม 2553

เอแบคโพลสำรวจพบ ตำรวจส่วนใหญ่หนุนวิเชียรนั่ง ผบ.ตร. พร้อมต้องการให้เร่งแก้ไขเรื่องสวัสดิการ

เอแบคโพลสำรวจพบ ตำรวจส่วนใหญ่หนุนวิเชียรนั่ง ผบ.ตร. พร้อมต้องการให้เร่งแก้ไขเรื่องสวัสดิการ

นาย นพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์  มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ  เปิดเผยผลวิจัย “เอแบคเรียลไทม์โพลล์” ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างเชิงระบบจากบัญชีรายชื่อ เรื่อง ถามใจตำรวจ คิดอย่างไรต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนต่อไป กรณีศึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,057 นาย ดำเนินการสำรวจในวันที่ 10 สิงหาคม 2553 ผลการสำรวจพบว่า

ตัวอย่างร้อยละ 96.9 ระบุทราบข่าว พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 3.1 ระบุไม่ทราบข่าว  ทั้งนี้ตัวอย่างส่วนใหญ่คือร้อยละ 80.5 เห็นด้วยที่ พล.ต.อ.วิเชียร          พจน์โพธิ์ศรี ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ในขณะที่ร้อยละ 7.2 ระบุไม่เห็นด้วย  และร้อยละ 12.3 ไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าว

โพลเอแบคชี้ตร.อยากให้วิเชียรแก้ไขเรื่องสวัสดิการ พล.ต.อ.วิเชียร

สำหรับความคิดเห็นของตัวอย่างต่อปัญหาด้านชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยากให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่เร่งแก้ไขนั้นพบว่า ร้อยละ 95.0 ระบุด้านสวัสดิการ เช่น เงินเดือน ค่าน้ำมัน เบี้ยเลี้ยง ยานพาหนะ เบี้ยเลี้ยงค่าเสี่ยงภัย  ร้อยละ 8.9 ระบุการจัดสรรที่พักอาศัย  ร้อยละ 3.3 ระบุเรื่องเกี่ยวกับภาระหนี้สินของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อยละ 3.1 ระบุการโยกย้ายกลับภูมิลำเนาตามอาวุโสในการปฏิบัติงาน ร้อยละ 2.4 ระบุการปรับชั้นยศของนายตำรวจชั้นประทวน ร้อยละ 2.2 ระบุส่งเสริมการศึกษา และร้อยละ 6.3 ระบุเรื่องอื่นๆ อาทิ การติดยศก่อนเกษียณอายุ/การพบปะ พูดคุยให้คำปรึกษาและขวัญกำลังใจ/การดูแลด้านสุขภาพ/สวัสดิการที่ดีให้กับครอบครัวของตำรวจ

สำหรับปัญหาด้านการบริหารจัดการที่อยากให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่เร่งแก้ไขนั้นพบว่า ร้อยละ 98.0 ระบุด้านการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลและหน่วยงานอื่นของรัฐให้กับตำรวจให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในการทำงาน รองลงมาคือร้อยละ 96.3 ระบุการจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ร้อยละ 95.8 ระบุการจัดสรรจำนวนคนให้เพียงพอกับปริมาณงาน ร้อยละ 89.9 ระบุการแก้ไขความไม่เป็นธรรมในหน่วยงานตำรวจ

นอกจากนี้ยังพบว่าร้อยละ 88.8 ระบุการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างมีประสิทธิภาพ  ร้อยละ 88.8 เช่นเดียวกันที่ระบุการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ร้อยละ 86.6 ระบุการสร้างความปรองดองในหน่วยงานตำรวจ  ร้อยละ 84.9 ระบุการอบรมเพิ่มพูนทักษะและความรู้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อยละ 80.7 เท่ากันระบุความชัดเจนในการมอบหมายงานและการสื่อสารทำความเข้าใจที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยกันเองร้อยละ 80.5 ระบุแก้ปัญหาการเลื่อนไหลของชั้นยศตามลำดับ

นายนพดลกล่าวอีกว่า เมื่อสอบความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความดีความชอบในหน่วยงานของตนนั้นพบว่า ร้อยละ 23.2 ระบุใช้ระบบอุปถัมภ์มากกว่า (อาทิ เส้นสาย การเอาใจผู้บังคับบัญชา พวกพ้อง และการซื้อขายตำแหน่ง)  ร้อยละ 31.3 ระบุใช้ระบบคุณธรรมมากกว่า เช่น การพิจารณาตามความรู้ความสามารถ และระบบอาวุโส  ทั้งนี้ร้อยละ 45.5 ระบุใช้ทั้งสองระบบร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท