
ดีเอสไอจี้สำนักพุทธฯสอบวัดธรรมกายขัดขวางการจับกุมธัมมชโย
อธิบดีดีเอสไอขอสำนักพุทธฯตรวจสอบวัดธรรมกายขัดขวางจับพระธัมมชโยผิดพ.ร.บ.สงฆ์หรือไม่ เผยเตรียมรับมอบหลักฐานเช็คบริจาคเพิ่ม
อธิบดีดีเอสไอขอสำนักพุทธฯตรวจสอบวัดธรรมกายขัดขวางจับพระธัมมชโยผิดพ.ร.บ.สงฆ์หรือไม่ เผยเตรียมรับมอบหลักฐานเช็คบริจาคเพิ่ม
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ซึ่งเข้าร่วมปฏิบัติการจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามหมายจับและหมายค้น เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมาตรวจสอบกรณีที่พบว่า ทางวัดมีการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในฐานะผู้ดำเนินการตามพ.ร.บ.สงฆ์ถือว่าเป็นความผิดหรือไม่
"พศ.จะต้องตอบคำถามกับสังคมด้วย ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวัดพระธรรมกายถูกต้องตามพ.ร.บ.สงฆ์หรือไม่ ในส่วนของดีเอสไอได้ดำเนินการตามกฎหมายครบถ้วนแล้ว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นดำเนินตามอำนาจหน้าที่ด้วย"อธิบดีดีเอสไอกล่าว
พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวอีกว่า สำหรับคดีฟอกเงินกลุ่มอื่นที่มีส่วนได้รับเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ภายในต้นเดือนก.ค.นี้จะสรุปสำนวนสั่งฟ้องเพิ่มเติมได้อีก 3 คดีจำนวนนี้เป็นกรณีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล และบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และคดีที่นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย มีชื่อถือหุ้นในบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี แทนนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ
ขณะที่แหล่งข่าวชุดพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ กล่าวว่าในวันที่ 21 มิ.ย.เวลา 10.00 น. นายประกิต พิรังกาสา ประธานกรรมการบริหารลูกหนี้และผู้ทำแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เพื่อขอรับมอบหลักฐานเช็คอีก 4 ฉบับที่พนักงานสอบสวนพบเพิ่มเติมว่ามีการจ่ายเช็คบริจาคให้พระธัมมชโยและเครือข่ายวัดพระธรรมกายรวมกว่า 1,458 ล้านบาท จากเดิมพบเพียงกว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของสหกรณ์จะต้องดำเนินการทางแพ่งเพื่อขอรับเงินคืนให้ครบตามจำนวน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทางวัดได้คืนเงินให้กับสหกรณ์คลองจั่นมาแล้วจำนวน 684 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ ยังกล่าวถึงการจับกุมพระธัมมชโย ว่าขณะนี้ชุดจับกุมได้ทำรายงานถอดบทเรียนปฏิบัติการเพื่อประกอบการวางแผนของหมายค้นเพื่อเข้าจับกุมครั้งที่ 2 ซึ่งต้องมีปฏิบัติการแน่นอน รอเพียงประเมินสถานการณ์ รวมถึงกำหนดมาตรฐานและความชอบธรรมในการปฏิบัติ
ทั้งนี้ ในการถอดบทเรียนได้มีการบรรยายเหตุการณ์ที่กลุ่มศิษย์มีเจตนาต่อต้านการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจนในช่วงที่เกิดขึ้นภายในวัดระหว่างการเข้าพื้นที่บริเวณประตู 6 และประตู 5 ซึ่งมีมวลชนเข้าล้อมกรอบเจ้าหน้าที่ระยะประชิดตัวจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตนำหมายค้นเข้าพื้นที่ได้เพียง 2 คน
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการบันทึกพร้อมถ่ายทอดสัญญาณรายงานตรงไปยังศูนย์บัญชาการที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งประเมินสถานการณ์อาจเกิดความรุนแรงและสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย จึงสั่งการให้ล่าถอยออกมาก่อน โดยประเมินต่อว่าในการเข้าค้นครั้งต่อไปต้องปรับมาตรการให้เข้มข้นมากขึ้น
รายงานว่าในวันพรุ่งนี้( 21 มิ.ย.) พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รักษาการเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) จะร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวนคดีการเงินการธนาคาร เพื่อตรวจสอบสำนวนและหลักฐานคดีฟอกเงินในทางอาญากับดีเอสไอ เพื่อปปง.จะไปดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินเพื่อเอาผิดทางแพ่ง







