
มทภ.2 ยัน ไทยไม่เคยล้ำแดนเขมร
แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยัน ทหารไทยไม่เคยล้ำแดนกัมพูชา ตามที่ นายฮุน เซน อ้าง แต่มีการวางกำลังดูแลพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย
แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยัน ทหารไทยไม่เคยล้ำแดนกัมพูชา ตามที่ นายฮุน เซน อ้าง แต่มีการวางกำลังดูแลพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย
พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวกรณีที่สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนและได้มีการฟ้องยูเอ็นว่าไทยมีการใช้กำลังทางทหารข่มขู่กัมพูชา อาจจะส่งผลต่อสถานการณ์ชายแดนหรือไม่อย่างไรนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ทางกองทัพภาคที่ 2 ยังคงยึดคำสั่งการของทางรัฐบาล ที่กำชับใช้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้น ไม่สนใจต่อสิ่งยั่วยุของฝ่ายตรงข้าม และจะใช้วิธีการเจรจาแก้ไขปัญหาเป็นหลัก
พล.ท.วีร์วลิต กล่าวอีกว่า ส่วนการใช้กำลังทางทหารในการดำเนินการใดๆนั้นจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ส่วนการกล่าวอ้างของฝ่ายกัมพูชาที่ว่ากำลังทหารของไทยเข้าไปรุกล้ำพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรที่ทางฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชา และทำร้ายทหารของฝ่ายกัมพูชานั้นไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าทหารฝ่ายไทยไม่ได้มีการรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชา
เนื่องจากหากยึดถือตามแผนที่ของไทยแล้วในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้นยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของฝ่ายไทย แต่เมื่อทางฝ่ายกัมพูชาถือแผนที่อีกฉบับก็อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจที่แตกต่างกัน ซึ่งต่างฝ่ายก็ต่างอ้างสิทธิ์ และไทยเองก็มีสิทธิที่จะควบคุมดูแลพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรที่ไทยอ้างสิทธิ์เช่นเดียวกัน
สำหรับสถานการณ์ภาพรวมจนถึงขณะนี้นั้น ตลอดพื้นที่แนวชายแดนที่มีการเผชิญหน้าของกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่ายนั้นทางฝ่ายกัมพูชายังไม่ได้มีการเพิ่มเติมหรือเสริมกำลังเข้ามาแต่อย่างใด เช่นเดียวกับทางฝ่ายไทย ส่งผลให้บรรยากาศเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ แม้กระทั่งบริเวณตลาดในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรที่ยังเป็นปัญหา และมีข้อโต้เถียงเรื่องของการทำผิดข้อตกลง เอ็มโอยู ปี 43 ซึ่งก่อนหน้านี้เงียบเหงาไปก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง รวมถึงที่ปราสาทเขาพระวิหารทางฝั่งกัมพูชาก็ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ปกติ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องของการละเมิดเอ็มโอยูของฝ่ายกัมพูชาที่ปล่อยให้ประชาชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานสร้างตลาดในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรที่ยังเป็นปัญหานั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศจะต้องเจรจากัน ส่วนทางทหารนั้นก็จะเข้าไปดูแลพื้นที่ที่เกิดปัญหาโดยการวางกำลังให้เท่ากันทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งขณะนี้ก็มีกำลังทหารของทั้ง 2 ประเทศเข้าไปดูแลในพื้นที่ที่ต่างฝ่ายยังคงกล่าวอ้างสิทธิ์ตามข้อตกลงร่วมกันอยู่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว
ขณะที่กลุ่มเครือข่ายทวงคืนแผ่นดินแม่เรียกร้องให้ทางรัฐบาลยกเลิกบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง ไทยและกัมพูชา หรือ เอ็มโอยู ปี 43 ว่า การที่ยังมี เอ็มโอยูร่วมกันระหว่างไทยกัมพูชา ปี 43 นั้นส่วนหนึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีเนื่องจากมีการตกลงร่วมกันว่าต้องมีการร่วมกันสำรวจและร่วมปักปันเขตแดนในพื้นที่ที่ยังมีปัญหาร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งขณะนี้พบว่ายังคงมีปัญหาในเรื่องของการปักปันเขตแดนตั้งแต่ช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ไปจนถึงจังหวัดตราด ระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร ยังคงมีปัญหาอยู่ประมาณ 100 กิโลเมตร รวมถึงบริเวณพื้นที่โดยรอบเขาพระวิหาร ทำให้การปักปันเขตแดนยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดและจะยังไม่สามารถนำไปสู่การกล่าวอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ของแต่ละ 2 ฝ่ายจนกว่าจะมีการร่วมกันปักปันแนวเส้นเขตแดนอย่างชัดเจนซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อฝ่ายไทย







