posttoday
คลอดพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ คุมเข้มเงินลงทุนประเทศ

คลอดพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ คุมเข้มเงินลงทุนประเทศ

20 มิถุนายน 2559

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศที่ปีหนึ่งๆ มีมูลค่านับล้านล้านบาท เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

การทำการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศให้มีศักดิ์ศรีเป็นกฎหมายชั้น พ.ร.บ. จะทำให้การจัดซื้อจัดจ้างของไทยมีความน่าเชื่อถือเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องของนักลงทุนต่างชาติมานาน เพราะที่ผ่านมาการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศไทยเป็นเพียงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 เท่านั้น ซึ่งนักลงทุนต่างชาติมองว่า มีการแก้ไขได้ง่ายตามแต่รัฐบาลที่เข้ามาอยากให้เป็น ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างของไทยไม่มีความโปร่งใสและเอื้อแก่พวกกลุ่มนายทุนที่ใกล้ชิดการเมืองมากเกินไป

ดังนั้น เมื่อมีการยกฐานะให้การจัดซื้อจัดจ้างมาเป็น พ.ร.บ.ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ยาก เพราะต้องเสนอให้ ครม.เห็นชอบและต้องผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร  ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสและเป็นธรรมกับนักลงทุนทุกภาคส่วนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ที่สำคัญร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างใหม่นี้ มีการครอบคุมการจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด รวมถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอิสระ ที่เดิมมีระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของตัวเอง แต่ต่อไปจะต้องมาอยู่ภายใต้กฎหมายใหม่ทั้งหมด นอกจากทำให้การจัดซื้อจัดจ้างของประเทศมีความโปร่งใสเป็นที่ยอมรับของสากลแล้ว ยังเป็นการป้องกันปราบปรามการทุจริตมิชอบของการจัดซื้อจัดจ้างทั้งประเทศอีกด้วย

ข้อดีของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ ยังเปิดทางให้การจัดซื้อจัดจ้างพิจารณาเรื่องคุณภาพความเหมาะสมกับการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากเดิมการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจะต้องยึดราคาที่ถูกที่สุด ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างจำนวนมากได้ของถูกแต่ใช้ไม่ได้นาน ต้องซื้อใหม่ทำใหม่อยู่บ่อยๆ ทำให้กลายเป็นการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐแพง เสียโอกาส และเสียเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ที่ต้องใช้เวลานาน

ขณะเดียวกันการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ยังให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใสการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ผ่านการทำข้อตกลงคุณธรรม มีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้ามาร่วมตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนการส่งมอบงาน ซึ่งการเขียนไว้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายให้ภาคประชาชนเข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีเช่นนี้มาก่อน

นอกจากนี้ กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างใหม่ยังกำหนดโทษผู้กระทำผิดรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.นี้โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นี้โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และหากผู้ใดเป็นผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนในการทำผิดดังกล่าว ผู้นั้นต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ซึ่งเป็นไม้แข็งที่ถือว่าน่ากลัว ทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องละเอียดรอบคอบและอยู่ห่างไกลจากความไม่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นหนีไม่พ้นต้องมีปัญหาถูกดำเนินคดีติดคุกติดตะรางได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา ที่มีการหลบเลี่ยงบาลีไม่มีใบเสร็จ ไม่มีการสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษรทำให้เอาผิดไม่ได้ ทำให้ภาครัฐเสียหายจากการทุจริตจากการจัดซื้อจัดจ้างจำนวนมาก

มนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ระบุว่า ที่ผ่านมาการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศเป็นช่องทางการทุจริต คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงสั่งมา ใครเป็นผู้ใช้ผู้สั่งการมาให้ต้องรับผิดด้วย ไม่ใช่เอาผิดแต่ข้าราชการที่เป็นคนดำเนินการ แต่คนสั่งการที่มาจากการเมืองไม่สามารถเอาผิดได้ และกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างใหม่นี้เป็นเรื่องที่ คสช.ให้ความสำคัญอย่างมาก เชื่อว่าจะผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อย่างรวดเร็ว

ด้าน สุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ระบุว่า พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง เป็นการพลิกโฉมการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศ เพราะทุกหน่วยงานต้องมาอยู่ภายใต้กฎหมาย ทำให้เกิดความโปร่งใสและเกิดการประหยัดการใช้เงิน ซึ่งส่งผลดีทำให้การกู้เพื่อการพัฒนาและลงทุนของประเทศลดลงไปด้วย

ปัจจุบันงบประมาณการลงทุนของประเทศมีสูงถึงปีละ 5 แสนล้านบาท การลงทุนของรัฐวิสาหกิจอีกปีละกว่า 4 แสนล้านบาท การลงทุนของ อปท.และหน่วยงานอื่นๆ อีกปีๆ หนึ่งกว่า 1 แสนล้านบาท ทำให้ภาพรวมการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศสูงถึงปีละ 1 ล้านล้านบาท มีการประเมินกันว่า หากการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศเข้มข้นและเข้มงวดมากขึ้น จะทำให้ประหยัดงบได้กว่า 10% หรือ 1 แสนล้านบาท สามารถนำเงินไปพัฒนาประเทศส่วนอื่นได้อีกมาก โดยไม่ต้องกู้เงินมาเพิ่มตามที่ผู้อำนวยการ สบน. ระบุไว้ข้างต้น

ทั้งนี้ หาก พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง มีผลบังคับใช้ ทุกหน่วยงานต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการ e-Bidding (อี-บิดดิ้ง) และ e-Market (อี-มาร์เก็ต) ซึ่งมีการดำเนินการใช้มาตั้งแต่เริ่มปีงบประมาณ 2559 ซึ่งกรมบัญชีกลางออกมาระบุว่า มีการประมูลโครงการผ่านระบบอี-บิดดิ้ง และ อี-มาร์เก็ตเป็นมูลค่าโครงการ 4.3 แสนล้านบาท สามารถประหยัดงบได้ถึง 2.8 หมื่นล้านบาท หรือ 10.5% เป็นการประหยัดแบบอี-บิดดิ้ง 9% และ อี-มาร์เก็ต 16% ซึ่งโครงการส่วนใหญ่มีการประมูลใกล้เคียงกับราคากลางที่รัฐกำหนดไว้มาก ต่างจากที่ผ่านมาที่มีการประมูลกันสูงกว่าราคากลางค่อนข้างมาก

อย่างไรก็ตาม ความเข้มงวดของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ ก็มีหลายฝ่ายกังวลว่าจะทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า ทำให้กระทบการฟื้นฟูของเศรษฐกิจที่ต้องเร่งโครงการลงทุนภาครัฐ เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนที่สำคัญทางเศรษฐกิจที่ทำงานได้เต็มที่เพียงตัวเดียวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการส่งออกของไทยชะลอตัวรุนแรง การลงทุนภาคเอกชนไม่ขยายตัว และการบริโภคภาคเอกชนยังอ่อนแอจากเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาภัยแล้งรุนแรง

แต่ทว่า อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ออกมายืนยันว่า รัฐบาลได้พิจารณารายละเอียดของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่อย่างรอบคอบ ต้องทำให้การจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส เป็นธรรม ป้องกันการทุจริต แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีความคล่องตัวไม่เป็นอุปสรรคกับการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลล่าช้าหรือเดินหน้าไม่ได้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างถือว่ามีสมดุลทั้งสองด้านและจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยในอนาคตอย่างมาก

ดังนั้น จะเห็นว่าการผลักดัน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาล ถือเป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่ครั้งสำคัญ เพราะเป็นกฎหมายที่ควบคุมการใช้จ่ายเงินรัฐทั้งประเทศ เกิดการประหยัด ใช้เงินอย่างคุ้มค่า และให้เกิดการทุจริตได้ยากที่สุด ด้วยบทลงโทษที่รุนแรง ต่างจากเดิมที่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีการรั่วไหลทำให้ประเทศเสียหายมากที่สุด แต่เอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้องได้น้อยที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท