posttoday
เรสซิสม์อันซับซ้อน

เรสซิสม์อันซับซ้อน

19 มิถุนายน 2559

บังเอิญเห็นฝรั่งเขาเถียงกันเรื่องคนไทยแต่งตัวเป็น “เงาะป่า” หรือชาวซาไก (ชาวมันนิ) แถมวิจารณ์ว่าเป็นการเหยียดผิว/เชื้อชาติ

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

บังเอิญเห็นฝรั่งเขาเถียงกันเรื่องคนไทยแต่งตัวเป็น “เงาะป่า” หรือชาวซาไก (ชาวมันนิ) แถมวิจารณ์ว่าเป็นการเหยียดผิว/เชื้อชาติ (Racism) จากนั้นลามไปเรื่องสังข์ทองที่น่าจะเข้าข่ายเรสซิสม์เหมือนกันเพราะตัวเอกสวมรอยเป็นเงาะป่าทำตัวเงอะๆ งะๆ เป็นที่น่าเหยียดหยามหยอกล้อ ผมอ่านคอมเมนต์แล้วมีทั้งที่เห็นด้วยว่าสังข์ทองกับการแต่งตัวเป็นชาวซาไกถือเป็นการเหยียดผิว/เชื้อชาติ แต่บางความเห็นก็ว่าพวกฝรั่งอย่างเราคิดลึกเกินไป และเอาวิธีคิดแบบฝรั่งเหยียดชาวแอฟริกันมามองสังคมไทย

มีความเห็นหนึ่งน่าสนใจเขาบอกนี่เป็นแค่การแต่งตัวเลียนแบบเชื้อชาติ ถ้าคนแอฟริกันจะแต่งเป็นคนไทยบ้างเขาไม่เห็นว่าจะเป็นประเด็นอะไร เช่นเดียวกับอีกท่านว่านี่มันแค่แต่งกายสะท้อนหนึ่งในชนชาติบนแผ่นดินไทยเท่านั้น อีกคนว่า Racism ชักเป็นคำที่ใช้กันเกร่อไปแล้ว คำคำนี้ควรหมายความว่าเชื้อชาติผิวสีหนึ่งคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นและกดขี่ชนชาติอื่นมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ผมยังสงสัยว่าสังข์ทองมีลักษณะของ Racism อยู่พอสมควร แต่ในดีกรีที่น้อยเพราะมองคนผิวคล้ำว่าน่าขันหรือดูบ้านนอกคอกนา ไม่ได้ว่ามองว่าเป็นทาสหรือต่ำกว่าหรือฆ่าได้โดยไม่แยแสว่าเป็นคน

ไมรู้ว่าตอนนี้หลักสูตรวรรณคดีไทยยังสอนสังข์ทองหรือเปล่า เพราะผมนึกมาต่อเรื่องอิทธิพลของวรรณคดีต่อทัศนคติของผู้เรียน วรรณคดีไทยส่วนใหญ่ไม่ได้มีโครงเรื่องที่ซับซ้อนแถมยังเน้นเรื่องชิงพระชิงนาง บางเรื่องก็ออกเจ้าเล่ห์เพทุบาย บางครั้งกดขี่ทางเพศ บางครั้งเจือ Racism อาจดูเป็นของอันตรายที่จะไปสอนเด็กๆ แต่ผมเห็นว่าวรรณกรรมทำนองนี้แหละดี เพราะใช้เป็นตัวอย่างให้เด็กๆ รู้ทันได้ เสียแต่ว่าอาจารย์จะต้องเสนอแง่คิดให้เสวนากัน ไม่ใช่ให้ท่องจำ น่าเสียดายที่เราคงไม่มีโอกาสได้เห็นภาพที่ว่าในเร็วๆ นี้

ผมนึกถึงการสอนวรรณคดีในชั้นมัธยมของจีนซึ่งก็ใช่ว่าจะดีกว่าเรา แม้ที่โน่นเขาจะสอนกันเข้มข้นมากมีทั้ง ซือจิง (กลอนยุคโบราณ) ถังซือ (กวีสมัยถัง) ซ่งฉือ (กาพย์สมัยซ่ง) อันนี้เป็นหลักๆ ปัญหาก็คือการประเมินคุณค่าวรรณคดียังน้อย เพราะเน้นให้เด็กตอบเหมือนๆ กันไม่เน้นการแสวงหาคุณค่าผ่านการแลกเปลี่ยนเสวนา คงเพราะเวลาน้อยครูจำกัด แต่ยอมรับบางบทกวีนั้นดีจริงช่วยให้เด็กๆ รู้ซึ่งในสิ่งที่ควร เช่น กวีของตู้ฝู่ที่ฉายภาพความชั่วร้ายของสงครามและความฉ้อฉลของข้าราชการ ที่บ้านเราน่าจะเอาอย่างคือเขาเน้นวรรณกรรมชั้นเลิศของต่างประเทศด้วย ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆ เขาใจค่านิยมสากลได้มากขึ้น

อนึ่ง เรื่องเงาะป่าผมยังนึกถึงเรื่องคะนังที่รัชกาลที่ 5 กับในวังหลวงเอ็นดูกัน และได้ดีจนเป็นมหาดเล็ก แต่ขณะที่เอ็นดูก็มองคะนังเป็นคนแปลกดังที่ทรงให้ถ่ายรูปคะนังพิมพ์ขายในงานวัดเบญจมบพิตรฯ ในราคาแพงมากแต่ปรากฏว่าขายดิบขายดีคงเพราะชาวพระนครไม่เคยเห็นคนแปลกอย่างนี้ จะว่าไปนี่คงไม่นับเป็น Racism กระมัง?

เหมือนกรณีทวดของ ปุชกิน กวีเอกของรัสเซียที่เป็นชาวแอฟริกัน แต่ถูกจับมาถวายพระเจ้าซาร์เพราะเป็นคนแปลก เป็นคนดำท่ามกลางคนขาว และต่อมาไต่เต้าเป็นมหาดเล็ก กระทั่งมีสถานะเป็นชนชั้นสูงในสังคมรัสเซีย แม้แต่รุ่นลูกหลานยังก้าวหน้าเป็นถึงกวีเอกแห่งยุค ได้รับการยอมรับนับถือไปทั่วยุโรป

(ภาพ : อเล็กซานเดอร์ ปุชกิน จากหอศิลป์ Tretyakov Gallery กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย จะเห็นผมหยักศกออกไปทางหยิกแบบชาวแอฟริกันที่เขารับมาจากทวดชาวเอธิโอเปีย-คาเมรูน)

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน