posttoday

ลุงนิล-สมบูรณ์ ศรีสุบัติ พืชคอนโด 9 ชั้นแห่งความสุข

19 มิถุนายน 2559

เดี๋ยวนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก “ลุงนิล” หรือคุณลุงสมบูรณ์ ศรีสุบัติ เจ้าของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติพืชคอนโด 9 ชั้น ที่ทุ่งตะโก จ.ชุมพร

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

เดี๋ยวนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก “ลุงนิล” หรือคุณลุงสมบูรณ์ ศรีสุบัติ เจ้าของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติพืชคอนโด 9 ชั้น ที่ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เจ้าของแนวคิดเรื่องพืชคอนโด 9 ชั้นที่ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนำมาปรับใช้เป็นเกษตรทฤษฎีใหม่จนประสบความสำเร็จ ได้ทั้งเงินและได้ทั้งกล่อง ไม่เพียงได้แต่ตัวเอง แต่ยังแบ่งปันให้เพื่อนร่วมอาชีพ ทั้งในประเทศหรือแม้กระทั่งต่างประเทศ โดยมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งของจีนเตรียมเชิญปราชญ์คนดังเดินทางไปให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงถึงถิ่นจีนเร็วๆ นี้

ลุงนิล ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบการเรียนรู้ ต้นแบบของคนที่หมดหนี้ด้วยชีวิตพอเพียง ได้ประโยชน์ทั้งองค์ความรู้และแรงบันดาลใจ เกษตรกรที่กำลังท้อแท้หมดแรงลองฟังเรื่องราวที่ลุงนิลเล่า รับรองว่าจะฟื้นคืนพลังขึ้นมาทันที

กว่าจะมาถึงวันนี้ ย้อนกลับไปหากเมื่อ 18 ปีก่อน ลุงนิลคนนี้เคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว เนื่องด้วยอดีตเคยเป็นหนี้สินจากการทำธุรกิจร้านอาหารและสวนทุเรียน ความไม่รู้และความโลภ ทำให้หนี้ทบต้นทบดอกบานไปเรื่อยๆ กลายเป็น 3 ล้านบาท หมดอาลัยตายอยาก มองไม่เห็นทางเดินต่อ

“วันหนึ่งลุงได้เปิดโทรทัศน์ดูด้วยความบังเอิญ ได้ฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องหลักเศรษฐกิจพอเพียงในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อได้ฟังท่าน ก็จุดประกายให้เรามาคิด ให้เรามาทบทวน เราพลาดเพราะอะไร พอท่านชี้ เราก็เห็น แสงสว่างมันมาเลย”

18 ปีแล้วจากวันนั้นถึงวันนี้ ชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆ เคยใช้เงินซื้อปุ๋ยเคมีไม่ต่ำกว่าปีละหลายๆ แสน แต่เมื่อหันมาใช้น้ำจุลินทรีย์หรือ EM ก็ประหยัดเงินไปได้มากโข ใช้วิธีปลูกพืชห่มดินตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยในช่วง 7 ปีแรก กัดฟันทำจนหมดหนี้สิน พอขึ้นปีที่ 11 คราวนี้อยากกินอะไรได้กิน ถือเป็นพระบารมีของในหลวง ลุงนิลเริ่มชีวิตใหม่ด้วยการออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ เสาะแสวงหาความรู้เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ในหลายต่อหลายแห่ง ต่อมาได้ประยุกต์ใช้กับพื้นที่ของตัวเอง เกิดเป็นแนวคิดในการปลูกพืชแนวใหม่ขึ้นมา

ลุงนิล-สมบูรณ์ ศรีสุบัติ พืชคอนโด 9 ชั้นแห่งความสุข

 

สำหรับการทำพืชคอนโด 9 ชั้นนั้น คือการแบ่งต้นไม้ออกเป็น 9 ระดับตามความสูงของพืช เพื่อให้เอื้อต่อกันในเรื่องของน้ำและแดด การกักเก็บความชื้น ความหลากหลายและความสมบูรณ์ของดิน ขณะเดียวกันก็ให้ดอกผลตามช่วงเวลาที่ต่างกัน ส่งผลดีให้เจ้าของสามารถบริหารจัดการได้สะดวก ทั้งในแง่ของเวลา ต้นทุน การบำรุงรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต การจัดการด้านการตลาด และการบริหารจัดการรายได้

สำหรับชั้นที่ 1 คือการขุดบ่อเลี้ยงปลา ขณะเดียวกันมีการปลูกพืชน้ำ เช่น ผักกระเฉด ผักบุ้ง บัว ชั้นที่ 2 คือ การปลูกพืชคลุมดินจำพวกกลอย มันหอม และพืชตระกูลหัวทั้งหมด ชั้นที่ 3 คือ การปลูกพืชหน้าดิน เช่น พริก ผักเหลียง ชั้นที่ 4 ปลูกส้มจี๊ด ชั้นที่ 5 พืชตระกูลกล้วย กล้วยเล็บมือนาง และทะลายปาล์ม เพื่อช่วยคลุมดินรักษาความชื้น

มาถึงชั้นที่ 6 ปลูกไม้ยืนต้น ทุเรียนพันธ์ุหมอนทอง ชั้นที่ 7 ปลูกสะตอ มังคุด ลองกอง ต้นหมาก โดยทุกต้นจะปลูกพริกไทยดำกับแก้วมังกรให้เลื้อยพันขึ้นไป เพื่อเสริมเป็นรายได้อีกทางหนึ่งด้วย ชั้นที่ 8 เป็นส่วนของธนาคารต้นไม้ เป็นไม้ใช้สอยในระยะยาว เช่น ตะเคียน

ชั้นที่ 9 ปลูกไม้ใหญ่ โตช้า เช่น ยางนา ตะแบกใหญ่ ประดู่ใหญ่ ถือเป็นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ทำให้พืชพันธุ์ในสวนไม่ร้อนจนเกินไป เก็บน้ำเก็บความชื้นให้กันและกัน ยางนา ตะแบก และไม้ใหญ่อื่นๆ แม้เติบโตช้าแต่เป็นไม้มีคุณ ให้คุณให้ราคาในระยะยาว

“จากแนวคิดเรื่อง 9 ชั้นของสูงของพืช ก็ทำให้เรามีพืชมีพันธ์ุที่หลากหลาย มีความแตกต่าง มีการกระจายความเสี่ยง ขณะเดียวกันก็เป็นความอุดมสมบูรณ์ เก็บกินได้ทั้งปีไม่มีขาด ทั้งของกินและรายได้ ปีหนึ่งๆ เรามีงานทำตลอดปี มีรายได้ทั้งปี ทั้งพืชที่เก็บขายได้รายวัน ราย 3 วัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี รายชั่วชีวิต อย่างส้มจี๊ด ปีนี้ก็เตรียมทำน้ำส้มจี๊ดขายได้แล้ว หวานอมเปรี้ยว ทุบน้ำแข็งใส่หน่อย อร่อยที่สุด ขายดิบขายดี”

สวนของลุงนิลมีพื้นที่แค่ 17 ไร่ แต่เพียงสิบกว่าไร่นี้ก็ทำรายได้เป็นหลักหลายสิบล้านบาทต่อปี ชีวิตมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นชีวิตที่ล้มแล้วกล้าลุก กล้าทำ ลูกสาวคนโตส่งเรียนเกษตรกรรมที่ออสเตรเลีย ตอนนี้กลับมาช่วยพ่อได้อีก ปัจจุบันสวนลุงนิลแบ่งปันแก่เพื่อนเกษตรกรและประชาชนที่สนใจ ด้วยการเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติ (สอบถามข้อมูลได้ที่ 08-7466-0596)

สวนพืช 9 ชั้นยังได้รับรางวัลที่น่าภาคภูมิ “อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรดีเด่น ประจำปี 2553” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นับเป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่มุมานะด้วยแรงใจ ใฝ่หาปัญญานำพาตัวเอง ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจนหมดหนี้ กลับมายืนได้ มีความสุขได้

“มองตัวเองให้ชัดว่า เราเกิดมาชาตินี้เพื่ออะไร มองให้ทะลุแล้วจะเห็นทางเอง” ลุงนิล กล่าว

ข่าวล่าสุด

'พาณิชย์' คุมเข้มต้นทุนวัตถุดิบต้นน้ำ ใช้กฎหมายสกัดราคาสินค้าพุ่ง