
ถึงจุดสูงสุดของชีวิต
วันนี้ผมมาไกลมาก จากเด็กต่างจังหวัดธรรมดาคนหนึ่ง ได้ก้าวขึ้นมาทำประโยชน์ให้สังคมมากมาย
“วันนี้ผมมาไกลมาก จากเด็กต่างจังหวัดธรรมดาคนหนึ่ง ได้ก้าวขึ้นมาทำประโยชน์ให้สังคมมากมาย คิดว่าน่าจะถึงจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว” มงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าว
หากไล่เรียงประวัติการทำงานของมงคลก็จะเข้าใจว่าทำไมเขาจึงพึงพอใจกับชีวิตในวันนี้
มงคล มีชื่อจีนว่า “ลี่ซินหัว” ซึ่งแปลว่าดวงดาว มีรากฐานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต และตรัง เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมเขาก็สอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย แต่ในปีแรกเขาพลาด จึงไปลงทะเบียนเรียนที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปีถัดมาเขาก็สอบเอนทรานซ์อีกครั้ง ก็ติดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จึงเรียนทั้งสองมหาวิทยาลัย โดยใช้เวลา 3 ปี ก็เรียนจบที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
“ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย ผมทำกิจกรรมเยอะมาก ผมเป็นเลขานุการชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ 16 สถาบัน ตั้งพรรคสหธรรมขึ้นใน มธ. เป็นบัณฑิตอาสา เข้าไปร่วมบริหารสหกรณ์นักศึกษาของคณะ ก็ปรับปรุงระบบ วางระเบียบ บริหารจนสหกรณ์ได้รับรางวัลจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งผมได้เข้ารับพระราชทานรางวัลสหกรณ์ดีเด่นจากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันพืชมงคลที่ท้องสนามหลวงด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจมาก” มงคลย้อนอดีตให้ฟัง
เพราะทำกิจกรรมและพบปะผู้คนมากมาย ทำให้เขามั่นใจที่จะเริ่มงานแรกในชีวิตด้วยการสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (บลจ.) จีเอฟ ซึ่งนับได้ว่าเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของอาจารย์ณรงค์ชัย อัครเศรณี กูรูด้านเศรษฐกิจการเงิน แล้วก็ย้ายไปบริษัท พรีเมียร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ หลังจากนั้นมงคลก็ไปเริ่มงานใหม่เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทเงินทุน (บง.) มหานครทรัสต์ ที่ตระกูลเตชะไพบูลย์ไปซื้อกิจการของ บง.นครหลวงอินเวสต์เมนต์ มาจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
“ผมเป็นกรรมการผู้จัดการสถาบันการเงินครั้งแรกตอนนั้นอายุ 35 ปีเอง ภารกิจหลักที่ทำคือการฟื้นฟูกิจการ ช่วงนั้นปี 2522-2524 สภาพเศรษฐกิจกำลังเริ่มมีปัญหาจนประเทศไทยลดค่าเงินบาทรอบแรกในปี 2527 ซึ่งก็ทำงานหนัก แต่การที่ผ่านงานมีประสบการณ์แล้วก็ทำไป จนสุดท้ายไปเป็นกรรมการผู้จัดการ ที่ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ก่อนจะเปลี่ยนงานข้ามจากสายการเงินไปอยู่ในสายสื่อ เป็นรองผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และก็กลับมาอยู่สายการเงินอีกครั้ง ซึ่งคงจะเป็นที่ทำอาชีพมนุษย์เงินเดือนครั้งสุดท้าย” มงคล กล่าว
มงคลมีปรัชญาในการทำงานคือ ไม่มีใครทำงานคนเดียวได้ การทำงานต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ต้องขยายความคิดของเราให้ทุกคนเข้าใจและมีเป้าหมายเดียวกัน แต่ละคนมีสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน ดังที่พระพุทธเจ้าแบ่งบัวเป็นสี่เหล่า เป็นคนพยายามขอความร่วมมือจากทุกคนอย่างประนีประนอม เพราะการร่วมมือย่อมดีกว่าการบังคับ ประสิทธิภาพงานจะดีไม่ได้ถ้าคุณไม่สามารถทำให้คนเห็นเหมือนคุณและร่วมมือกันไปให้ถึงเป้าหมาย
“ผมจะมีความรู้สึกพิเศษเวลาสัมผัสกับคน อาจจะเป็นเพราะได้รับการถ่ายทอดความรู้มาจากคุณแม่ แม่ผมมีความรู้เรื่องการดูลายมือ โหงวเฮ้งคน ผมก็จะได้ความรู้เรื่องการดูคนมาบ้าง ตอนเด็กๆ มีคนมาให้แม่ดู
โหงวเฮ้งเสมอ ซึ่งแม่จะสอนว่าลักษณะอย่างนี้เป็นอย่างไร” มงคลเล่า
ด้วยความที่เป็นลูกชายคนเล็กจากพี่น้อง 3 คนของตระกูล ทำให้ใกล้ชิดกับคุณแม่มากและเขายกให้แม่เป็นไอดอลของเขา
“แม่ผมเป็นคนตั้งใจ ขยัน อดออม แม่ผมเรียนหนังสือไม่มาก แต่ส่งเสริมให้ลูกๆ เรียนหนังสือให้สูง แม่เก็บเงินซื้อจักรซิงเกอร์รับจ้างตัดชุดชั้นในสตรี เป็นจักรตัวแรกในตะกั่วป่า แม่เย็บผ้าจนซื้อเข็มขัดเงินได้ และส่งลูกเรียนหนังสือจนจบ แม้แม่จะมีความรู้ด้านศาสตร์ดูดวงจีน แต่แม่เป็นคนทันสมัย ท่านจะซื้อหนังสือวิทยาศาสตร์ ต่วยตูน หนังสือที่เป็นความรู้มาให้อ่านเสมอ”
มงคล กล่าวว่า การเรียนภาษาจีนมาตั้งแต่เด็กทำให้เขาเห็นว่าตัวอักษรจีนนั้นจะเป็นเหมือนภาพมีความหมายและมีเรื่องราว ฉะนั้นก็คิดว่าเราสามารถนำเอาเรื่องราวไปใส่ในธุรกิจเอสเอ็มอีได้ เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์จะมีความเป็นมาที่แตกต่างกัน การใส่เรื่องราวในสินค้าจะทำให้น่าสนใจและขายดีขึ้น
“ประสบการณ์ทำงานทั้งหมดที่ผมได้ทำกับลูกค้ารายย่อย ก็จะเอามาพัฒนาเอสเอ็มอีแบงก์โดยเฉพาะช่วยผู้ประกอบการให้อยู่ได้ไปรอด ผมตั้งใจมากที่จะทำงานที่ธนาคารแห่งนี้ให้ดีที่สุด เพราะจะเป็น 4 ปีสุดท้ายที่ผมจะทำงาน เนื่องจากอายุจะถึง 60 ปีแล้ว เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้กับประเทศชาติและสังคม รัฐบาลเอาจริงในเรื่องการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผมก็จะทำหน้าที่ตามพันธกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุด” มงคล กล่าว







