
ดีเอสไอปรับทัพขอลุยยกสอง
ดีเอสไอถอนทัพไม่ลุยจับธัมมชโยหวั่นปะทะลูกศิษย์ ดำเนินคดี 14 ราย ฐานขัดขวาง แถลงการณ์ยันมอบตัวเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตย
ดีเอสไอถอนทัพไม่ลุยจับธัมมชโยหวั่นปะทะลูกศิษย์ ดำเนินคดี 14 ราย ฐานขัดขวาง แถลงการณ์ยันมอบตัวเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตย
ปฏิบัติการบุกวัดพระธรรมกายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อนำตัวพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมรับของโจร มาดำเนินคดีตามหมายจับศาลอาญาต้องล้มเหลวลง หลังใช้เวลาร่วม 5 ชั่วโมง แม้ว่าทางวัดยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นตั้งแต่ช่วงเช้า แต่กลับถูกขัดขวางจากบรรดาลูกศิษย์ที่ระดมเข้าวัดนับหมื่นคน กระจายปิดล้อมตามประตูต่างๆ ภายในวัดเพื่อไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน
ทั้งนี้ ขณะเริ่มตรวจค้น ศิษย์วัดพระธรรมกายได้อ่านแถลงการณ์ตอนหนึ่ง ระบุว่า ขณะนี้บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในช่วงปกติ มีการคุกคามทางกฎหมาย คดีดังกล่าวมีอายุความ 15 ปี จึงควรรอให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งใกล้จะถึงอยู่แล้วตามคำมั่นสัญญาของรัฐบาล
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวภายหลังว่า ปัญหาที่พบระหว่างเข้าตรวจค้นคือ กลุ่มลูกศิษย์ไม่ให้เข้าไปด้านในบริเวณประตู 5 อย่างไรก็ตาม การตรวจค้นครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จที่ไม่เกิดความรุนแรง และได้ยุติลง โดยได้เก็บภาพผู้ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมดำเนินคดี 14 ราย
รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จะมีการเข้าค้นอีกครั้งก่อนวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่อัยการสูงสุด จะพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องพระธัมมชโย หลังจากนี้จะนำข้อเท็จจริงในครั้งนี้ไปปรับแผนในการเข้าตรวจค้นครั้งต่อไป
พระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วัดให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเต็มที่ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณประตู 5 พบกับลูกศิษย์อีกกลุ่มไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ผ่าน ซึ่งไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากกลุ่มศิษย์ดังกล่าวทำคุณประโยชน์ให้กับวัด
พระสนิทวงศ์ กล่าวว่า การที่บุคคลในวัดไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จะถือว่าวัดให้การสนับสนุนผู้ต้องหาหรือไม่นั้น เห็นว่าเป็นการกระทำเพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระธัมมชโย แต่หากถือว่าเป็นการสนับสนุนสื่อมวลชนก็มีส่วน เพราะสื่อก็ร่วมขัดขวางเจ้าหน้าที่
พระสนิทวงศ์ กล่าวว่า พระธัมมชโยพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ต้องขอให้หายจากอาการอาพาธก่อน อีกทั้งคดีนี้ยังอยู่ในชั้นอัยการ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รอให้ผ่านกระบวนการในชั้นอัยการให้เสร็จก่อน ไม่ควรรีบร้อนนำตัวพระธัมมชโยไปดำเนินคดี
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยึดหลักไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรง เพราะถ้าต้องการตัวผู้ต้องหามาส่งอัยการแต่เกิดการสูญเสียแทนก็ไม่คุ้ม







