
มอบตัวก็ต่อเมื่อ... มีประชาธิปไตย
เงื่อนไขใหม่ในการเข้ามอบตัวของ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ถูกเปิดเผยผ่านแถลงการณ์ของคณะศิษยานุศิษย์ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำกำลังเข้าค้นวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา
เงื่อนไขใหม่ในการเข้ามอบตัวของ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ถูกเปิดเผยผ่านแถลงการณ์ของคณะศิษยานุศิษย์ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำกำลังเข้าค้นวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ข้อความในแถลงการณ์ซึ่งเป็นเอกสารแจกสื่อมวลชนและเป็นเสียงตามสายภายในวัดพระธรรมกาย ระบุถึงความต้องการของเหล่าศิษยานุศิษย์ว่า คณะศิษย์เห็นพ้องว่าพระธัมมชโยควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยการมอบตัวก็ต่อเมื่อบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์เท่านั้น
เหตุผลของข้อเรียกร้องข้างต้นคือ ขณะนี้ขาดหลักประกันสิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรม ดังเช่น การคุกคามและบ่อนทำลายวงการพระพุทธศาสนาของภิกษุนอกรีตกับพวกบางกลุ่ม การชะลอการทูลเกล้าฯสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และการที่ดีเอสไอดำเนินคดีโดยรีบร้อน รวบรัด ผิดข้อตกลงกับเจ้าคณะปกครองสงฆ์ และผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
“ข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอกระทำต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อมีอายุความถึง 15 ปี การที่จะรอเวลาให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งก็ใกล้จะถึงอยู่แล้วตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนและประชาคมโลก จึงไม่ได้เป็นการล่าช้าต่อการดำเนินคดีและเกิดความเสียหายต่อรูปคดีแต่ประการใด” แถลงการณ์ ระบุ
แถลงการณ์ฉบับเดียวกันนี้ยังได้เทียบเคียงกรณีการดำเนินคดีกับพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่ถูกตั้งข้อหากบฏจากการนำมวลชนร่วมปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคดีที่ร้ายแรงกว่าพระธัมมชโย
“กรณีพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย ซึ่งถูกดำเนินคดีข้อหากบฏซึ่งร้ายแรงยิ่งกว่าอันเกิดจากการนำมวลชนชัตดาวน์กรุงเทพฯ ยึดสถานที่ราชการรวมทั้งดีเอสไอนานหลายเดือน และถูกออกหมายจับด้วยเช่นกัน ซึ่งถึงแม้จะมีการมอบตัวก็ตาม แต่ปรากฏว่าจนถึงปัจจุบันนี้ ระยะเวลาได้ล่วงเลยมากว่า 2 ปีแล้ว คดีนี้ก็ยังไม่มีการนำตัวผู้ต้องหาขึ้นฟ้องศาลแต่อย่างใด” ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ ระบุ
ภายหลังแถลงการณ์ของคณะศิษยานุศิษย์ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ตั้งคำถามกลับว่า อะไรคือประชาธิปไตยที่แท้จริง
“อะไรคือประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาธิปไตยในแต่ละประเทศก็ยังไม่เท่ากัน ดังนั้นหากจะพูดแบบนี้ก็หาจุดที่จะไปถึงจุดนั้นไม่ได้” พล.อ.ทวีป กล่าว
เลขาธิการ สมช. แสดงความคิดเห็นอีกว่า ขณะนี้ประเทศมีกฎหมาย ทุกคนก็ต้องเคารพกฎหมายเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ในสังคมอย่างมีความสุข ใครก็ตามมาละเมิดสิทธิของเรา เราย่อมมีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีได้ มีใครมาทำให้รัฐเสียหาย รัฐมีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ดังนั้นทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายทั้งสิ้น
วิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงประเด็นเดียวกันนี้ว่า เงื่อนไขของคณะศิษย์เป็นการประวิงเวลาให้ล่าช้า เพราะผู้ที่ออกหมายค้นและหมายจับคือศาลยุติธรรม ฉะนั้นไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องดำเนินการอย่างที่รัฐบาลชุดนี้ทำ







