posttoday
"บิ๊กต๊อก"ปัดถอนยาเสพติดออกจากบัญชี

"บิ๊กต๊อก"ปัดถอนยาเสพติดออกจากบัญชี

17 มิถุนายน 2559

"พล.อ.ไพบูลย์" เผย ไม่ได้ถอนยาเสพติดออกจากบัญชี ระบุ จะทำอย่างไรให้อยู่กับยาเสพติดได้อย่างไรให้สังคมปลอดภัย ชี้ โลกมองยาเสพติดเป็นเรื่องสาธารณสุข

"พล.อ.ไพบูลย์" เผย ไม่ได้ถอนยาเสพติดออกจากบัญชี ระบุ จะทำอย่างไรให้อยู่กับยาเสพติดได้อย่างไรให้สังคมปลอดภัย ชี้ โลกมองยาเสพติดเป็นเรื่องสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีจะถอดยาเสพติด ประเภทเมทแอมเฟตามีนออกจาก ประเภทยาอันตราย เนื่องจากทางการแพทย์ยืนยันว่า ผลเสียของยาเสพติดประเภทมีโทษน้อยกว่า สุรา และบุหรี่ ว่า กรณีดังกล่าว พวกคุณไปจับประเด็นกันว่าจะเลิกยาบ้าเป็นยาปกติใช่หรือไม่ แต่เราไม่ฟังให้จบ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว สืบเนื่องจากที่ตนเดินทางไปเข้าร่วมประชุม UNGASS ของสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ที่เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวาระพิเศษเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งได้มีการกำหนดแนวทางการใหม่ โดยแนวทางเดิมคือแนวทางที่ให้โลกปราศจากยาเสพติด และประกาศสงครามกับยาบ้า ใช้ระบบปราบ การจับกุมอย่างเดียว แต่ระบบการป้องกัน และฟื้นฟูก็ตามมา

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า แต่วันนี้กว่า 20 ปีให้หลังมา ทุกประเทศก็ประกาศร่วมกันว่ามันมีทางที่จะทำให้ยาเสพติดหมดไปจากโลกได้ แต่ตนถึงพูดไงว่าเราจะอยู่กับยาเสพติดได้อย่างไรให้สังคมปลอดภัย ซึ่งท่านไม่ได้เขียนต่อ แต่ไปเขียนว่าพล.อ.ไพบูลย์บอกจะอยู่กับยาเสพติด แต่ที่จริงคือ ตนพูดว่า เราจะอยู่กับยาเสพติดได้อย่างไร โดยที่สังคมต้องปลอดภัย ไม่เสียหายกับยาเสพติด ซึ่งมันต้องคิดวิธีการนี้ให้ได้ เพราะองค์ประกอบของยาเสพติดจากพืชโคคา ฟิ่น หรืออะไรพวกนี้ มันเป็นองค์ประกอบของยารักษาโรค ซึ่งจำเป็นต้องปลูกและต้องมี แต่คนก็นำไปใช้ผิดประเภท เพราะยาเสพติดที่เกิดจากสารเคมีมันเกิดจากสารตั้งต้นที่เอานำมาใช้ทำน้ำหอมหรือฟอกหนัง ซึ่งมันก็เกิดอุตสาหกรรมอื่นตามมา โดยเราไม่สามารถตัดต้นต่อของส่วนผสมยาเสพติดได้

"ดังนั้น โลกถึงได้เปลี่ยนไป โดยไม่ต้องบอกแล้วว่าไปปราบให้หมด ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ และมันก็ตรงกับที่ผมเคยบอกไว้เมื่อครั้งมารับตำแหน่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ว่า ผมไม่สามารถที่จะทำให้ยาเสพติดหมดไปจากประเทศไทยได้ แต่ผมจะต้องทำให้ยาเสพติดไม่เป็นภัยต่อสังคมให้ได้ หรือทุเลาเบาบางลง ไม่เป็นปัญหา วันนี้โลกได้มองยาเสพติดเป็นเรื่องของสาธารณสุข เป็นเรื่องของสุขภาพ และการเข้าถึงยา ซึ่งมีส่วนผสมของยาเสพติดได้อย่างไร และมองเห็นคนเสพยาเสพติดเป็นคนป่วย เป็นโรคหนึ่งที่ต้องได้รับการบำบัดเยียวยาอย่างที่เหมาะสมจนหายขาด ซึ่งอันนี้คือกรอบและสิ่งเหล่านี้มันมีเหตุมีผลมีงานวิชาการ ว่าการประกาศสงครามกับยาเสพติดไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แนวคิดที่พูดกันมาเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และหลายประเทศได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งเขาก็อยู่กับยาเสพติดได้อย่างเหมาะสมโดยไม่เป็นภัยต่อสังคม" รมว.ยุติธรรม กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า เมื่อพูดถึงยาบ้านั้นเกิดง่ายที่สุดที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ส่วนฟิ่นเกิดแค่ร้อยละ 10 ของโลกนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราประกาศยาบ้าเป็นยาเสพติดประเภท 1 ไปแล้ว ไม่ใช่สารออกฤทธิ์ธรรมดา มันจำเป็นต้องมาศึกษาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะผลร้ายของยาบ้ามันไม่ได้มากไปกว่าสารอย่างอื่นที่เราใช้อย่างปกติ ซึ่งต้องมาพูดกันในหลักวิชาการว่าแต่ละคนคิดอย่างไร ทั้งนี้ สำหรับตนพร้อมที่จะปรับยาบ้าเป็นเรื่องปกติ ขอเน้นว่าสำหรับตนเท่านั้น เพราะตนเข้าใจเรื่องพวกนี้ คนที่อยู่ในวงการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจะเข้าใจเรื่องนี้ดี ท่านไปถามกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็ต้องขอบคุณรมว.สาธารณสุข ที่ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ เพราะท่านก็อยู่ในวงการนี้มา หรืออธิบดีกรมอนามัยแพทย์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ท่านไปถามได้เลย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราต้องเชื่อหมอ เชื่อแพทย์ที่ดูแลเรื่องสุขภาพ ดังนั้น เราต้องกลับมาพัฒนาเรื่องการบำบัด การฟื้นฟู ปรับปรุงระบบสาธารณสุขให้มันพร้อมก่อนที่จะทำ

"เราต้องสร้างสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยให้พร้อม หน่วยงานที่รับผิดชอบ ความรู้ความเข้าใจของประชาชน มันก็จะเป็นเรื่องที่เราดำเนินการ แต่วันนี้เราต้องสร้างความรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐ ของผมเอง เจ้าหน้าที่ป.ป.ส. กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผมจะเรียกประชุมในสัปดาห์หน้า ว่าเราจะห้ความรับรู้ได้อย่างไร และจะเตรียมความพร้อมองค์กรต่างๆได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม การมองยาบ้าเป็นเรื่องอาชญากรรมมันต้องมาทบทวน ซึ่งขณะนี้เราได้แก้กฎหมายยาเสพติดแล้ว แต่แก้ในการพิจารณาการลงโทษให้เกิดความชัดเจน เพื่อลงโทษผู้ค้ารายใหญ่ แหล่งผลิตเป็นหลักมากกว่า" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี