
รถหรูยอดทรุดหลังศก.ซึมยาว
บีเอ็มฯ ชี้ผู้ซื้อรถพรีเมียม เริ่มโดนกระทบจากเศรษฐกิจชะลอยาว ทุบ 4 เดือนวูบ 8% ส่วนบริษัทดิ่ง 11%
บีเอ็มฯ ชี้ผู้ซื้อรถพรีเมียม เริ่มโดนกระทบจากเศรษฐกิจชะลอยาว ทุบ 4 เดือนวูบ 8% ส่วนบริษัทดิ่ง 11%
นายแมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม 4 เดือนแรกของปี (เดือน ม.ค.-เม.ย.) มียอดขายรวมอยู่ที่ 5,940 คัน ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน 8% จากปัจจัยสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว เริ่มส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น ประกอบกับการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ ที่มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2559 ดึงกำลังซื้อผู้บริโภคไปล่วงหน้าในช่วงปลายปีก่อน
นอกจากนี้ ปัจจัยด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยที่จะต้องจับตาถึงผลกระทบที่มีต่อตลาดครึ่งปีแรก ส่วนปัจจัยบวกในช่วงครึ่งปีแรก คือ การเร่งกระตุ้นยอดขายเพื่อปิดเป้าหมายยอดขายประจำไตรมาส โดยคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในตลาดรวมถึงบริษัทเอง
“มองว่าตลาดรวมครึ่งปีแรกที่ลดลงเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ในปีนี้ลดลงมากกว่าปกติมาจากปัจจัยผลกระทบอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งทั้งปีนี้ยังคงคาดการณ์ได้ยากว่าตลาดจะปิดตัวเลขรวมทั้งปีอยู่ที่เท่าไร โดยปี 2558 ตลาดรวมรถยนต์ระดับพรีเมียมอยู่ที่ 2.3 หมื่นคัน” นายแมทธิอัส กล่าว
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ต้นปีและคาดว่าจะยังคงเป็นไปจนกระทั่งถึงสิ้นปี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่างๆ ของแต่ละบริษัทที่วางไว้ในสถานการณ์เช่นนี้
ทั้งนี้ ยอดขายของบริษัท 4 เดือนแรก อยู่ที่ 2,445 คัน ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน 11% แบ่งเป็น บีเอ็มฯ อยู่ที่ 2,180 คัน และมินิ อยู่ที่ 265 คัน ส่วน บีเอ็มฯ มอเตอร์ราด อยู่ที่ 577 คัน เติบโตขึ้น 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยที่ตลาดบิ๊กไบค์ยังเป็นตลาดใหม่ที่มองว่าจะมีการเติบโตอีกมาก โดยในปี 2558 บริษัทมียอดขายรวมกันทั้ง 3 แบรนด์อยู่ที่ 10,048 คัน
นายวูล์ฟกัง เบาว์แมน รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายจัดการอะไหล่ โลจิสติกส์ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศเยอรมนี กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้ใช้เงินลงทุนมูลค่า 220 ล้านบาท ก่อสร้างคลังอะไหล่แห่งใหม่ของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย บนพื้นที่ 1.4 หมื่นตารางเมตร หรือสูงขึ้นกว่าที่เดิม 3 เท่าตัว ซึ่งสามารถรองรับการจัดเก็บอะไหล่จำนวน 4 หมื่นรายการ แบ่งเป็น บีเอ็มฯ 92% และมินิ 8% ซึ่งช่วยให้การบริหารการจัดส่งอะไหล่ไปยังศูนย์จำหน่ายและบริการที่มีจำนวน 22 แห่งทั่วประเทศ ได้ภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่มีการสั่งชิ้นส่วนอะไหล่







