
พลเมืองไทยต้องตื่นรู้
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ บทความของคุณวินทร์ เลียววาริณ นักเขียนซีไรต์ ที่เขียนบรรยายความรู้สึกในใจจนเราเห็นภาพและมีความรู้สึกร่วมไปด้วยกัน เพื่อนๆ หลายคนได้พูดถึงข้อเขียนของคุณวินทร์ ซึ่งได้จังหวะกับวันครบรอบ 70 ปีแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นการสะท้อนวิธีคิดของคนจีนโพ้นทะเลที่รู้สำนึกในแผ่นดินที่แม้ไม่ใช่แผ่นดินเกิด แต่เป็นแผ่นดินที่ให้ชีวิตใหม่แก่พวกเขาทั้งหลาย ที่พวกเขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณต่อบ้านใหม่ และสำนึกคุณของ “เจ้าแผ่นดิน” ผู้ทรงทำทุกอย่างเพื่อแผ่นดินนี้
ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านที่ยังไม่ได้อ่านข้อเขียนของคุณวินทร์ ลองไปหาอ่านดู โดยเฉพาะประโยคหนึ่งเขาเขียนว่า “แผ่นดินนี้ให้ทุกอย่างแก่เรา มอบข้าวทุกเมล็ด น้ำทุกหยด เราจึงแทนคุณแผ่นดินเกิดของเรา ง่ายๆ เช่นนั้นสิ่งที่เราทำได้ไม่ใช่อะไรซับซ้อน แค่ไม่ทำร้ายแผ่นดินที่เราถือกำเนิด เราไม่จำเป็นต้องสร้างสรรค์สิ่งยิ่งใหญ่ แค่ทำเรื่องเล็กๆ เช่น ไม่ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ไม่ขายเสียง เมื่อเลือกตั้งก็คัดกรองคนดีที่สุดเท่าที่มีไปทำงานแทนเรา ว่างๆ ก็สังเกตสักนิดว่าแผ่นดินของเราสบายดีหรือเปล่า มันเจ็บป่วยเหรือเปล่า มันบาดเจ็บเพราะเราหรือเปล่า.....”
อย่าหาว่าผู้เขียนไม่มีอะไรจะเขียนจนต้องมาคัดลอกข้อเขียนของคุณวินทร์เลย แต่ตั้งใจจะเผยแพร่ข้อเขียนดีๆ นี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องขออนุญาตคุณวินทร์ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย เพราะเวลานี้คนไทยส่วนหนึ่งนอกจากทำร้ายแผ่นดินนี้ ยังลามปามไปถึง “เจ้าแผ่นดิน” อันเป็นที่เคารพรักเทิดทูนของคนไทยทั้งปวง ถ้าคนไทยยังเป็น “ไทยเฉย” ต่อไป แผ่นดินนี้และเจ้าแผ่นดินคงประสบแต่ความทุกข์ เป็นแผ่นดินที่เจ็บป่วย
ในหลายปีที่ผ่านมา แผ่นดินนี้เจ็บป่วยมาก เจ็บป่วยจากโรคภายในและภายนอก ไม่ใช่แค่โรคภัยไข้เจ็บจากธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังได้รับบาดเจ็บจากการกระทำของคนไทยด้วยกันเอง ที่กอบโกยเอาทรัพย์ของแผ่นดินไปเป็นของตัวเองและพรรคพวก บริหารแผ่นดินผิดพลาดจนทำให้แผ่นดินชอกช้ำ ทุกข์ยาก คนบนแผ่นดินลำบากยากเข็ญ สร้างความเกลียดชังระหว่างกันจนทำให้คนไทยที่เคยสมัครสมานสามัคคีกันแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย แผ่นดินเดือดร้อนไปทั่ว ทั้งฆราวาสและสงฆ์ทะเลาะเบาะแว้งกัน โชคยังดีที่มีหมอคนหนึ่งกล้าหาญที่จะเข้ามารักษาคนป่วยหนัก เพราะเห็นว่าหากปล่อยไปเช่นนี้ คนไข้ที่ชื่อว่าประเทศไทยคงไปไม่รอดแน่ บ้านเมืองคงแตกเป็นเสี่ยงๆ ความเกลียดชังคงแผ่ไปทั่วทุกหัวระแหง
ช่วงนี้เป็นระยะเวลาของการรักษาคนป่วย เพื่อให้คนไข้หายป่วย หมอจำเป็นต้องห้ามคนไข้กินของบางอย่างซึ่งเป็นของแสลงเป็นการชั่วคราว ห้ามทำบางอย่างซึ่งจะทำให้อาการไข้ทรุดลง โดยหมอสัญญาว่าหากหายป่วยไข้และมีอาการดีแล้ว จะกินอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้ขอหยุดไว้ก่อน หลังคนป่วยหายไข้ ก็ต้องมี “ระยะพักฟื้น” คนไข้ต้องค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกาย จะรีบออกกำลังกายเหมือนกับสมัยร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีไม่ได้ คนไข้ต้องค่อยๆ ออกกำลังไปทีละน้อยๆ ระยะนี้ถ้าเป็นภาษาการเมืองเรียกว่า “ระยะเปลี่ยนผ่าน”
หมอที่ชื่อ “คสช.” กำลังรักษาคนไข้ซึ่งเป็นคนป่วยประชาธิปไตย ที่คนไข้ถูกห้ามกินของแสลงบางอย่าง เมื่ออาการป่วยดีขึ้น ก็จะเป็นระยะ “พักฟื้นประชาธิปไตย” หรือเป็นระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ก่อนที่จะเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลานั้นนายประเทศไทยจะกินอะไรก็ได้ จะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องกิน ทำอย่าง “มีความรับผิดชอบ”
ที่แผ่นดินไทยเป็นอย่างนี้ คนไทยต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะถ้าคนไทยรักแผ่นดินเกิด รู้จักทดแทนบุญคุณแผ่นดินที่ให้กำเนิดเรามา ไม่กัดกินจนแผ่นดินกร่อนไปขนาดนี้ เราก็คงไม่ต้องถูกหมอห้ามกิน ห้ามทำบางอย่าง ที่หมอต้องห้ามก็เพราะต้องการให้คนไข้หายป่วย และมีสุขภาพดีเช่นเดิม สร้างแผ่นดินไทยที่เต็มไปด้วยความสุขและเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่นักการเมืองวาดภาพมาหลอกพวกเรา
เรากำลังจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งจะไปลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. 2559 ว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” (กรธ.) ได้บรรจงออกแบบที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับประเทศไทยในอนาคต โดยได้ศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ประเทศไทยเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จุดที่บ้านเมืองเจ็บป่วยหนักถึงกับเข้าห้องไอซียู นอกจากเราต้องไม่ให้ความเลวร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยอีก เราจะวางอนาคตของประเทศไว้ที่ไหน เราต้องการเห็นอนาคตของประเทศไทยเป็นอย่างไร เพื่อให้ไทยก้าวสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงภายใต้บริบทของประเทศ
ปรากฏว่ามีความพยายามก่อความวุ่นวายเพื่อหาทางล้มการลงประชามติ หากอยากรู้ว่าแผนการพวกนี้เป็นอย่างไร ขอแนะนำให้อ่านข้อเขียนของ “ราษฎรอาวุโส” (ซึ่งไม่ใช่ นพ.ประเวศ วะสี) ที่แชร์กันอย่างกว้างขวางในไลน์ แล้วจะเข้าใจแจ่มแจ้ง หากคนไทยยังหลับใหล ไม่ยอมตื่นและรู้ แผ่นดินไทยก็คงกลับไปเป็นคนป่วยอย่างเก่า
ตบท้ายของบทความวันนี้ ขอยกข้อเขียนที่แชร์กันทั่วไปโดยอ้างคำกล่าวของวุฒิสมาชิกอเมริกันคนหนึ่ง ชื่อ อลิซาเบธ วอเรส ที่ว่า “ประเทศไม่ได้อยู่ได้เพราะประชาธิปไตย ไม่ได้อยู่ได้เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่ได้เพราะกฎหมาย แต่ประเทศจะยั่งยืนอยู่ได้ด้วยกำลังของพลเมืองดีที่ไม่ดูดายและยอมแพ้ต่อคนชั่ว คนทุจริตที่กัดกร่อนทำลายประเทศชาติ”
ดังนั้น คนไทยซึ่งเป็นพลเมืองดีต้องยืนหยัดรักษาบ้านเมืองไว้ให้มั่นคงเพื่อลูกหลานรุ่นต่อไป







