posttoday
ศิษย์วัดธรรมกายแถลงท่าทีหลังดีเอสไอขู่ใช้แผน "กบิล 59"

ศิษย์วัดธรรมกายแถลงท่าทีหลังดีเอสไอขู่ใช้แผน "กบิล 59"

15 มิถุนายน 2559

คณะศิษย์วัดพระธรรมกายระบุนำรถแบ็คโฮปิดวัดป้องกันมือที่สามป่วน เผยถ้าดีเอสไอมาจริงก็ได้ทำแค่เพียงชวนนั่งสมาธิ

คณะศิษย์วัดพระธรรมกายระบุนำรถแบ็คโฮปิดวัดป้องกันมือที่สามป่วน เผยถ้าดีเอสไอมาจริงก็ได้ทำแค่เพียงชวนนั่งสมาธิ

วันที่ 15 มิ.ย. ที่ห้องแก้วสารพัดนึก สภาธรรมกายสากลวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี  คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย นำโดยนายองอาจ  ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏทางสื่อมวลชนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษเตรียมขอหมายค้นบุกวัดพระธรรมกายนั้นคณะศิษยานุศิษย์ขอเรียนชี้แจงดังนี้

1. พระเทพญาณมหามุนีได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต  ทรัพย์ทั้งหมดได้ใช้ไปเพื่อสร้างศาสนสถานตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค  ไม่ได้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนแม้แต่บาทเดียว  มีหลักฐานเส้นทางการเงินที่ชัดเจน  เพราะไม่เคยถอนเป็นเงินสดออกมาเลย  ซึ่งสำนักงานปปง. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดโดยชัดเจนและส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ยิ่งกว่านั้นเมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น  มีข้อสงสัยถึงที่มาของทรัพย์ที่ได้รับบริจาค  คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายยังได้ตั้งกองทุนเยียวยาแก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจนครบจำนวน และสหกรณ์ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงได้มีหนังสือขอบคุณและแสดงเจตนารมณ์ ไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและอาญา ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับมุ่งมั่นดำเนินคดีในประเด็นที่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับสมาชิกสหกรณ์

2. กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีคำสั่งที่ 531/2559  เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขอความร่วมมือจากพระเดชพระคุณพระเทพรัตนสุธี  เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และดร.สมศักดิ์  โตรักษา  ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี  ร่วมเป็นคณะกรรมการประสานงานในคดีดังกล่าว  มีอำนาจหน้าที่กำหนดแนวทาง มาตรการ และวิธีประสานงาน  รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3. คณะกรรมการชุดนี้ได้ประชุมที่วัดเขียนเขต จังหวัดปทุมธานี 2 ครั้ง การเจรจามีความคืบหน้าด้วยดีโดยลำดับ และมีนัดประชุมครั้งที่ 3 ในวันอังคารที่ 14 มิ.ย.2559 แต่แล้วในวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับสั่งฟ้องและส่งสำนวนคดีดังกล่าวไปยังอัยการ โดยไม่รอการประชุมในวันที่ 14 มิ.ย.ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงรีบร้อนรวบรัดกระบวนการผิดปกติ และไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการประชุมแม้แต่ข้อเดียว

4. นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการที่ปรึกษาในคดีนี้ได้ไปออกรายการเผชิญหน้า  ทางสถานีSpring News ได้เปลือยธาตุแท้ของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีนี้อย่างล่อนจ้อนต่อสาธารณชน โดยเมื่อพิธีกรถามว่า พ.ต.ท.สมบูรณ์  สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  ประธานคณะกรรมการประสานงานได้แถลงข่าวว่า การเจรจาเป็นไปด้วยดี  มีข้อตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร จะส่งแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐเข้าไปตรวจอาการพระเทพญาณมหามุนีที่วัดพระธรรมกาย  เมื่อพบว่าอาพาธจริงจะไปแจ้งข้อกล่าวหาและประกันตัวที่วัด  แล้วทำไมจู่ๆ ดีเอสไอกลับสั่งฟ้องส่งสำนวนให้อัยการเลย นายขจรศักดิ์  ตอบว่า การตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวเป็นมาตรการทางปกครอง  ผลสรุปจากการประชุมใดๆ ไม่มีผลผูกพันกับพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ

5. มติที่ประชุมที่มีการลงนามร่วมกันโดยผู้แทนดีเอสไอถึง 3 ท่าน มีรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นประธานและพระเดชพระคุณพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี รวมทั้งผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไร้ค่า  ไม่มีผลผูกพัน ดีเอสไอพร้อมจะแหกข้อตกลงได้ทุกเมื่อ  หากพูดภาษาชาวบ้านก็หมายถึงว่าคณะกรรมการชุดนี้ ทางดีเอสไอตั้งขึ้นเพื่อหลอกใช้เจ้าคณะปกครองสงฆ์และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเครื่องมือเท่านั้นใช่หรือไม่ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวที่ลงนามโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  มีค่าไม่ต่างอะไรกับเศษกระดาษใช่ไหม

6. หากข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่ลงนามโดยผู้แทนดีเอสไอ  เจ้าคณะปกครองสงฆ์และผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทางดีเอสไอยังบิดพลิ้วไม่ทำตาม จากนี้ไปจะให้ทางวัดพระธรรมกาย และประชาชนเชื่อถือคำพูดของผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษได้อย่างไร

7. ดีเอสไอได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอกำลัง จำนวน 4 กองร้อย หรือ 600 นาย พร้อมอาวุธครบมือ รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ โดยดีเอสไอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อรวมกับกำลังของดีเอสไอซึ่งปรากฏตามรายงานข่าวของสื่อมวลชนว่ามีรถหุ้มเกราะพร้อมออกปฏิบัติการ และกำลังของเจ้าหน้าที่หน่วยอื่น ดูประหนึ่งว่าดีเอสไอกำลังจะทำสงครามกลางเมืองโดยยกกำลังนับพันนายพร้อมรถหุ้มเกราะและเฮลิคอปเตอร์บุกเข้าวัดในพระพุทธศาสนา เพื่อจับกุมพระภิกษุชรา อายุกว่า 72 ปี ที่กำลังอาพาธหนักเป็นเพียงผู้ต้องหา ยังไม่ได้สอบสวน ยังไม่ได้ตกเป็นจำเลยในคดีเลย เรื่องนี้สร้างความสะเทือนใจต่อคณะสงฆ์ทั่วประเทศ ศิษยานุศิษย์พระเทพญาณมหามุนี และชาวพุทธทั่วโลกเป็นอย่างมาก มีองค์กรพุทธทั่วโลกส่งหนังสือมาทักท้วงการทำงานของดีเอสไอยังท่านนายกรัฐมนตรีมากมาย ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก  สร้างความเสื่อมเสียแก่ภาพลักษณ์ของประเทศชาติอย่างร้ายแรง จนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ต้องออกมาปรามไม่ให้ดีเอสไอใช้มาตรการรุนแรง

8. คณะสงฆ์จากทั่วประเทศที่ได้เดินทางมาให้กำลังใจวัดพระธรรมกายจำนวนมากทุกวัน รวมกว่า 50,000 รูป รู้สึกสงสัยว่าทำไมดีเอสไอในยุคนี้จึงมุ่งมั่นดำเนินคดีกับพระภิกษุผิดปกติ คณะสงฆ์ทั้งประเทศจับตามองการทำงานของดีเอสไออยู่อย่างใกล้ชิด  เพราะมีข้อสงสัยว่าดีเอสไอมีทิศทางการทำงานที่บ่อนทำลายพระพุทธศาสนาหรือไม่

9. การดำเนินการของดีเอสไอที่ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 600 นาย  พร้อมเฮลิคอปเตอร์มาบุกวัดเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกเช่นนี้  เป็นการทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ศิษยานุศิษย์จำนวนมากต่างเป็นห่วงเดินทางมาวัด  หากมีมือที่สามเข้าแทรกทำให้เกิดสถานการณ์บานปลายจนมีการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้น  กรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับผิดชอบอย่างไร

10. ขณะนี้คดีอยู่ในความรับผิดชอบของอัยการแล้ว  คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายขออ้อนวอนให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ  รอการพิจารณาสั่งคดีของอัยการ  ไม่ควรออกมาแทรกแซงกระบวนการทำงานของอัยการ  ไม่ดำเนินการแบบขี่ช้างจับตั๊กแตน  ยั่วยุให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

นายองอาจ เปิดเผยกรณีมีรถแบคโฮที่นำมาจอดปิดกั้นทางเข้าวัดพระธรรมกายว่า เป็นการกระทำของชาวบ้านที่ประสงค์ดีนำมาเพื่อเป็นการป้องกันมือที่สาม และบอลลูนนั้นเป็นเพียงบ่งบอกเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมได้มองเห็นเด่นชัด  ทั้งนี้หากดีเอสไอนำกำลังมาจับกุมคณะศิษย์ยานุศิษย์ก็ได้ทำแค่เพียงชวนนั่งสมาธิ.

ศิษย์วัดธรรมกายแถลงท่าทีหลังดีเอสไอขู่ใช้แผน "กบิล 59"

 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท