
โอละพ่อ!พบพระพุทธรูปทองคำเป็นแค่เนื้อปูนปั้น
พระนครศรีอยุธยา-ชาวบ้านแตกตื่นพบ2พระพุทธรูปโบราณเนื้อทองคำ กรมศิลปากรตรวจสอบแล้วพบเป็นเพียงเนื้อปูนปั้นสร้างขึ้นสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
พระนครศรีอยุธยา-ชาวบ้านแตกตื่นพบ2พระพุทธรูปโบราณเนื้อทองคำ กรมศิลปากรตรวจสอบแล้วพบเป็นเพียงเนื้อปูนปั้นสร้างขึ้นสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.59 เวลา 09.30น. พระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมถึง นางศาริสา จินดาวงษ์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้าตรวจสอบพระพุทธรูปโบราณ 2 องค์ที่วัดป่าโค ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา
พระอธิการยอดชาย สุนทโร อายุ 59 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าโค พร้อมด้วยพระสงฆ์ ชาวบ้าน และช่าง เข้าไปซ่อมแซมวิหารและไปพบพระพุทธรูปโบราณเป็นปูนปั้น แต่เชื่อว่าด้านในเป็นพระเนื้อทองคำ ด้วยเพราะว่าองค์พระมีความหนักมากกว่าพระพุทธรูปทั่วไป โดยได้มีการเคลื่อนย้ายเข้ามาเก็บรักษาไว้ในพระอุโบสถที่ปลอดภัยกว่า
นายปรีชา ดอกไม้เทศ อายุ 74 ปีช่างปูนปั้นพระอุโบสถจากอำเภอผักไห่ เปิดเผยว่า เมื่อเย็นวานนี้ทางวัดต้องการย้ายพระพุทธรูปปูนปั้น 2 องค์ ทาสีขาวทั้งองค์ ที่ตั้งอยู่บนแท่นหน้าพระประธานในวิหารหลวงพ่อขาว ด้วยกีดขวางการก่อสร้าง คนงานเข้าไปยกพระทั้ง 2 องค์ แต่พบว่าหนักมาก โดยแต่ละองค์ถึงจะไม่ใหญ่ แต่ก็ต้องใช้คนงานถึง 4 คนยกในแต่ละองค์ และพบว่าตรงสีที่ลอกหยุดออกมาเห็นว่าด้านในองค์พระน่าจะเป็นเนื้อโลหะอะไรสักอย่าง แต่ชาวบ้านก็พูดกันไปว่าอาจเป็นพระเนื้อทองคำโบราณ หรือทองลูกบวบ
ทั้งนี้ หลังตรวจสอบนานกว่า 1 ชั่วโมง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา เปิดเผยว่า พระพุทธรูปองค์แรก เป็นพระเนื้อปูนทั้งองค์ ปางสมาธิขนาดหน้าตัก 21 นิ้ว และองค์ที่ 2 เป็นพระปูนปั้นทั้งองค์ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก 17 นิ้ว โดยทำจากช่างพื้นบ้าน ประมาณต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ศิลปะต้องการเลียนแบบพระพุทธรูปสมัยอยุธยา ส่วนที่ชาวบ้านเห็นว่าเป็นเนื้อคล้ายโลหะตรงที่หลุดลอกแท้จริงคือเนื้อปูนธรรมดา แต่เคยผ่านการลงรักปิดทองคำเปลวมาแล้ว ก่อนที่จะนำมาทาสีขาว เนื้อปูนจึงขึ้นเงาคล้ายเนื้อโลหะ และที่องค์พระน้ำหนักมากด้วยเป็นปูนปั้นแบบตัน ไม่มีโพรงด้านใน จึงทำให้มีน้ำหนักมาก.







