
บิ๊กตู่กำกับลงทุน
“พล.อ.ประยุทธ์” เล็งตั้งบอร์ดขับเคลื่อนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จ่อเข้า ครม. 14 มิ.ย.นี้ สั่ง “สมคิด” หาแนวทาง ช่วยผู้มีรายได้น้อย
“พล.อ.ประยุทธ์” เล็งตั้งบอร์ดขับเคลื่อนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จ่อเข้า ครม. 14 มิ.ย.นี้ สั่ง “สมคิด” หาแนวทาง ช่วยผู้มีรายได้น้อย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเรื่อง “การปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการภาครัฐกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ว่า จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา และจะนั่งเป็นประธานเอง เพื่อดูแลขับเคลื่อนการลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค
“ในส่วนของการดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการภาครัฐตามรายงาน Doing Business นั้น ถือว่าน่าพอใจ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันขับเคลื่อนต่อไป เพราะประเทศไม่ได้มีแต่เรื่องลงทุนเท่านั้น ยังมีเรื่องสังคมที่ต้องดูแลไปพร้อมๆ กัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า การที่นายกฯ จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนั้น จะเป็นอีกก้าวของนโยบายด้านเศรษฐกิจ หลังจากที่แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้คลี่คลายไปพอสมควรแล้ว ขั้นต่อไปคือการดูแลเรื่องใหญ่ ทั้งเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ การดูแลป่าไม้ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งด้านกฎหมาย
“นายกรัฐมนตรีน่าจะหารือเรื่องการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่นี้ในการประชุม ครม. วันพรุ่งนี้ (14 มิ.ย.) คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ และนายกรัฐมนตรีจะนั่งเป็นประธานเอง” นายสุวิทย์ กล่าว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หาแนวทางส่งเสริมการนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อใช้ในประเทศ เช่น ยางพารา และดึงเอกชนเข้ามาร่วมด้วย ขณะเดียวกันให้ทีมเศรษฐกิจไปจัดกลุ่มการประกอบอาชีพและรายได้ของประชาชน รวบรวมปัญหา ความเดือดร้อนของแต่ละกลุ่ม ก่อนที่รัฐจะหามาตรการเข้าไปส่งเสริมให้ตรงจุด โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น คนขายก๋วยเตี๋ยว หรือผู้ประกอบอาชีพทั่วไป เนื่องจากเป็นคนที่มีรายได้น้อย และต้องการความช่วยเหลือหลายอย่าง
นายสมคิด กล่าวว่า การแก้ไขเรื่องความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) แม้จะยังแก้ไขไม่ได้ทั้งหมด แต่เชื่อว่าเมื่อรัฐบาลและส่วนราชการมีความตั้งใจแก้ไขปัญหา นักลงทุนก็มีความมั่นใจ และสนใจลงทุนในไทยมากขึ้น เพราะนักลงทุนไม่ได้มองเฉพาะการเมืองอย่างเดียว แต่มองปัจจัยอื่นๆที่จะมีผลต่อการทำธุรกิจ โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นถือว่ามีความเข้าใจการเมืองประเทศไทยเป็นอย่างดี
“ขอแค่รักษาโมเมนตัมความตั้งใจในการแก้ปัญหาให้ได้เหมือนการแก้ความยาก-ง่ายในการทำธุรกิจ ก็เชื่อว่าจะทำให้เพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้” นายสมคิด กล่าว







