
ช่างภาพช่อง7ดำสำรวจถังปะการังเทียมสลบใต้น้ำ
ช่างภาพทีวี 7 ดำน้ำสำรวจรถถังปะการังเทียมที่นราฯ สลบใต้น้ำ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยชีวิต
ช่างภาพทีวี 7 ดำน้ำสำรวจรถถังปะการังเทียมที่นราฯ สลบใต้น้ำ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยชีวิต
เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสาร จากหน้าที่เรือทิ้งปะการังเทียม ในเขตน่านน้ำ จ.นราธิวาส เพื่อขอความช่วยเหลือ รับนักประดำน้ำ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุใต้น้ำ โดยมีนักประดาน้ำ ที่สำรวจและบันทึกภาพใต้ทะเล สลบอยู่ใต้น้ำ และถูกเพื่อนนักประดำน้ำ ได้เข้าไปช่วยเหลือขึ้นเรือ ใกล้บริเวณทิ้งปะการังเทียมและได้ทำการพยาบาลเบื้อง แต่ยังคงอยู่ในสภาพสลบและไม่ได้สติ จึงขอให้มารับตัวขึ้นฝั่ง เพื่อส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้ส่งเรือตรวจการณ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อทำการช่วยเหลือ ซึ่งจุดเกิดเหตุ อยู่ห่างจากฝั่ง 6 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 10 ก.ม.หน้าปากอ่าว อ.เมือง จ.นราธิวาส ใช้เวลาไปและกลับร่วมกว่า 2 ชม.เศษ ก่อนจะถึงฝั่ง ในสภาพที่ยังคงอยู่ในชุดนักประดาน้ำสีดำ แต่ยังไม่สามารถพูดจา และอาการยังสลบไม่ได้สติ เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีแบกลงเปล นำคนไข้ขึ้นรถตู้รถพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเข้ารักษาตัวและช่วยชีวิตเป็นการเร่งด่วน
ต่อมาทราบชื่อนายพรศักดิ์ แภ้วลุ่มแฝก อายุ 42 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ช่างภาพโทรทัศน์ใต้น้ำช่อง 7 สี ล่าสุดอาการยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ยังใกล้ชิด เนื่องจากคนไข้ขาดอากาศหายใจ และปอดขยายตัวอย่างรุนแรง โดยในวันเดียวกัน จะส่งนักดำน้ำ ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุใต้ทะเล ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลภูเก็ต
นอกจากนี้มีรายงานแจ้งว่า ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น.วันเดียวกัน ได้มีนักดำน้ำจากกองทัพบก และนักดำน้ำ จากโทรทัศน์หลายช่อง ประมาณ 6 -7 คนได้ร่วมลงดำน้ำ เพื่อสำรวจใต้น้ำ และบันทึกภาพใต้ทะเล หลังจากที่ได้มีการทิ้งปะการังเทียม แต่เนื่องจากสภาพแรงดันน้ำลึกในระดับ 22 เมตร มีแรงกดดันและความร้อนแปรปรวนค่อนข้างสูง ทำให้นักดำน้ำหลายคน ต้องใช้เวลาในการปรับปรับตัวใต้ทะเล
ขณะที่นายพรศักดิ์ 1 ใน นักดำน้ำ ปรับสภาพร่างกายไม่ทัน จึงสลบอยู่ใต้น้ำ และเมื่อเพื่อนนัดดำน้ำ เห็นเหตุการณ์ จึงรีบเข้าไปพยุงตัว และรีบนำขึ้นเหนือน้ำ เพื่อทำการช่วยเหลือปฐมพยาบาล พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำนราธิวาส เข้าช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลดังกล่าว
นอกจากนี้ในส่วนการจัดสร้างทำปะการังเทียมในครั้งนี้ เป็นโครงการในพระราชดำริ ฯ กองทัพบกให้การสนับสนุน รถถัง 69 ที่ปลดประจำการจำนวน 25 คัน กองทัพไทยให้รถยนต์ราดน้ำ 3 คัน กทม.มอบรถยนต์เก็บขยะ 198 คัน และการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้โบกี้รถไฟที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว 273 ตู้ ทำการวางปะการังเทียมทั้งหมด 16 จุด คือ ที่ อ.ปานาเระ อ.สายบุรี อ.ไม่แก่น 9 จุด และพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส อีก 6 จุด เพื่อสร้างเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และ สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้การท่องทะเล







