posttoday
แม้วลุ้นผลอุทธรณ์ยึดทรัพย์4.6หมื่นล.

แม้วลุ้นผลอุทธรณ์ยึดทรัพย์4.6หมื่นล.

10 สิงหาคม 2553

ทนายความทักษิณรอลุ้นฟังผลที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานัดลงมติรับหรือไม่รับอุทธรณ์คดียึดทรัพย์4.6หมื่นล้านพรุ่งนี้

ทนายความทักษิณรอลุ้นฟังผลที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานัดลงมติรับหรือไม่รับอุทธรณ์คดียึดทรัพย์4.6หมื่นล้านพรุ่งนี้

นายฉัตรทิพย์ ตัณฑประศาสน์ ทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับผิดชอบการต่อสู้คดียึดทรัพย์ 4.6หมื่นล้านบาท กล่าวว่า คู่ความยังไม่ได้รับแจ้งกรณีการประชุมใหญ่ของศาลฎีกาวันพรุ่งนี้กรณีการลงมติว่าจะรับหรือไม่รับอุทธรณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ทนายความไม่ได้มีการเตรียมพร้อมอะไร เพราะเป็นเรื่องภายในของศาล ทำได้รอเพียงคำสั่งเท่านั้น 

นายฉัตรทิพย์ กล่าวต่อว่า หากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาไม่รับอุทธรณ์ กระบวนการพิจารณาทางศาลถือว่าต้องยุติ เวลานี้ต้องรอฟังคำสั่งศาลเพียงอย่างเดียว เพราะถือเป็นดุลพินิจของศาล ส่วนการบังคับคดีตามคำสั่ง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทรวงการคลังดำเนินการไปแล้ว ขณะที่บัญชีเงินฝากซึ่งนอกเหนือจากการบังคับคดีก็ถูกแช่แข็งรอกรมสอบสวนคดี พิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบตามคำสั่งของ ศอฉ.
     
นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชน หนึ่งในคณะทำงานอัยการคดียึดทรัพย์ กล่าวว่า ต้องรอฟังผลที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าจะลงมติอย่างไร หากจะมีคำสั่งรับอุทธรณ์ อัยการก็จะตรวจสอบประเด็นว่าอะไรบ้างที่ชี้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ เพื่อเตรียมประเด็นต่อสู้ อย่างไรก็ดีในการยื่นคำคัดค้านอุทธรณ์อัยการ ระบุชัดเจนว่าประเด็นที่ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ยกขึ้นมาอ้างนั้น ไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่
      
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าจะรับอุทธรณ์หรือไม่ จะยึดถือเสียงข้างมากในการลงมติ หากที่ประชุมใหญ่ลงมติไม่รับอุทธรณ์ ถือเป็นการสิ้นสุดกระบวนการ คดีเป็นอันยุติ

แต่หากมีมติให้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา ตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์การอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในกรณีมีพยานหลักฐานใหม่ซึ่งอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ พ.ศ.2551 ผู้พิพากษาทั้ง 5 คนที่เป็นองค์คณะพิจารณาอุทธรณ์ จะทำหน้าที่เป็นองค์คณะไต่สวน รวบรวมข้อเท็จจริงเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยเพื่อ มีคำพิพากษาอุทธรณ์ต่อไป
      
คดีนี้ ศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.พ.53ให้ทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินจากการขายหุ้น บ.ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และเงินปันผล จำนวน 46,373,687,454.70 บาท ในชื่อบัญชีของ พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิง พจมาน ณ ป้อมเพ็ชร์ นายพานทองแท้ น.ส.แพทองธาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ตกเป็นของแผ่นดิน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท