
สปท.เห็นชอบแผนปฏิรูปตำรวจ
สปท.เห็นชอบแผนปฏิรูปตำรวจ เน้นหลักอาวุโสเป็นหลัก ด้าน "คำนูณ" ชี้อาจแก้ไขไม่ได้ทั้งหมด
สปท.เห็นชอบแผนปฏิรูปตำรวจ เน้นหลักอาวุโสเป็นหลัก ด้าน "คำนูณ" ชี้อาจแก้ไขไม่ได้ทั้งหมด
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติเสียงข้างมาก 138 ต่อ 4 คะแนนเห็นชอบรายงานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎ หมายและกระบวนการยุติธรรม เรื่องการวางแนวทางมาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยมีสมาชิกสปท.งดออกเสียงจำนวน 24 คน หลังจากนี้สปท.จะส่งรายงานฉบับดังกล่าวให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ สาระสำคัญของรายงานดังกล่าว คือ เสนอให้การแต่งตั้งตำรวจระดับสารวัตรถึงระดับผู้บัญชาการให้พิจารณาเรียงลำดับตามบัญชีอาวุโส ประกอบกับความรู้ความสามารถ และความประพฤติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของตำแหน่งที่ว่าง ส่วนอีกร้อยละ 30 หากมีเหตุผลความจำเป็นให้พิจารณาข้ามลำดับอาวุโสได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. ส่วนการแต่งตั้งระดับผู้ช่วยผบ.ตร.ขึ้นไป ให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสในบัญชี เพราะข้าราชการตำรวจที่เติบโตมาถึงระดับดังกล่าว จะเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการมาเป็นเวลานานพอสมควร มีความรู้ความสามารถทั้งสิ้น ทำให้ทุกคนมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทำงานใกล้เคียงกัน
ด้านการอภิปรายของสมาชิกสปท.ส่วนใหญ่อาทิ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิต นายวันชัย สอนศิริ นายนิกร จำนง เห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการฯ โดยเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ควรกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลงานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และปฏิรูปตำรวจชั้นประทวนให้มีเงินเดือน สวัสดิการที่ดีควบคู่ไปด้วย
ขณะที่ นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสปท. อภิปรายไม่เห็นด้วยกับรายงานของกมธ. เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับผู้ช่วยผบ.ตร.ขึ้นไปที่ให้ยึดเรียงลำดับตามอาวุโสอย่างเดียว เนื่องจากควรให้ฝ่ายการเมืองมีโอกาสใช้ดุลยพินิจเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งผบ.ตร. ในฐานะที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ประชาชน และรัฐสภา จึงควรมีสิทธิเลือกบุคคลที่ตัวเองไว้วางใจ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล การไม่ให้ฝ่ายการเมืองมีสิทธิเลือก โดยให้ยึดหลักอาวุโสตายตัวเพียงอย่างเดียว ถือเป็นการจำกัดสิทธิเกินไปหรือไม่ และหากใช้ระบบอาวุโสอย่างเดียว แต่มีปัญหาด้านความประพฤติจะทำอย่างไร







