posttoday
IMFเร่งจีนปราบหนี้เอกชน

IMFเร่งจีนปราบหนี้เอกชน

13 มิถุนายน 2559

เจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟแนะจีนปฏิรูปภายในภาคธุรกิจ-ธนาคาร หลังหนี้เอกชนพุ่ง 145% ของจีดีพี

เจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟแนะจีนปฏิรูปภายในภาคธุรกิจ-ธนาคาร หลังหนี้เอกชนพุ่ง 145% ของจีดีพี

เดวิด ลิปตัน รองกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เรียกร้องให้จีนดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการจัดการกับหนี้ภาคเอกชนที่อยู่ในระดับสูงถึง 145% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่หนี้รวมทั้งหมดอยู่ที่ 225% ของจีดีพี โดยระบุว่าระดับหนี้ที่สูงมากนี้เป็นความเสี่ยงที่สุดในภาวะที่จีนกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นการบริโภคภายในประเทศ

“หนี้ภาคธุรกิจเป็นปัญหาสำคัญที่สุด ซึ่งมีแนวโน้มหนักขึ้นเรื่อยๆ และต้องการการแก้ปัญหาอย่างทันทีพร้อมกับการปฏิรูปอย่างจริงจัง” ลิปตัน กล่าว 

ลิปตัน เตือนว่า ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจในขณะนี้อาจจะพัฒนาไปเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจหนักขึ้น หรืออาจทำให้เกิดวิกฤตภาคธนาคารในอนาคตได้ ดังนั้นจีนจำเป็นต้องปรับโครงสร้างและแก้ปัญหาธรรมาภิบาลภายในธุรกิจและภาคธนาคารเพื่อยุติวงจรการก่อสินเชื่อ

นอกจากนี้ ข้อมูลของไอเอ็มเอฟ ประเมินว่า รัฐวิสาหกิจของจีนเป็นส่วนที่สร้างหนี้เอกชนมากถึง 55% แต่กลับสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจออกมาได้เพียง 22% เท่านั้น ขณะที่การขยายตัวของเศรษฐกิจของจีน
รายไตรมาสชะลอตัวมากที่สุดในรอบ 10 ปี เมื่อปี 2015 ก็เป็นผลมาจากปัญหาระดับหนี้ที่เพิ่มขึ้นสูงและการผลิตสินค้าล้นตลาด

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน ก็ได้ระบุเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า จีนอาจจะใช้มาตรการหุ้นแลกหนี้เพื่อลดระดับหนี้ภาคธุรกิจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของไอเอ็มเอฟก็ได้วิจารณ์นโยบายดังกล่าวว่า อาจทำให้บริษัทซอมบี้หรือบริษัทที่ไม่สร้างผลกำไรยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ได้และนำไปสู่ปัญหาต่อภาคธนาคารต่อไป

ด้านธนาคารกลางของจีน (พีบีโอซี) ก็ได้ออกเตือนในรายงานประจำครึ่งปี ว่า มาตรการของรัฐบาลในการลดระดับหนี้และการผลิตเกินความต้องการ อาจจะทำให้ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้เพิ่มขึ้น และทำให้บรรดาธุรกิจไม่สามารถระดมทุนได้

ขณะเดียวกัน บริษัทจัดการด้านการลงทุน พิมโก เปิดเผยว่า การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14-15 มิ.ย.นี้ และการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ อาจก่อให้เกิดการผันผวนของค่าเงินและมูลค่าสินทรัพย์อื่นๆ ตามมา

พิมโก เปิดเผยว่า ดัชนีวัดความผันผวนของสกุลเงินต่างประเทศเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 เดือน ตั้งแต่เริ่มต้นสัปดาห์นี้ หลังจากบรรดาเทรดเดอร์ลดคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ขณะที่เงินปอนด์ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังผลสำรวจความเห็นครั้งล่าสุดโดย หนังสือพิมพ์ดิอินดีเพนเดนต์ พบว่าชาวอังกฤษ 55% ต้องการออกจากอียู

“ตลาดต้องจับตาดูความผันผวนทางเทคนิคที่เกี่ยวกับนโยบายของธนาคารกลางและความไม่แน่นอนทางการเมือง ขณะที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรงตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นอาจจะมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว และการแข็งค่าของค่าเงินเหรียญหลังจากนี้น่าจะสมเหตุสมผลมากขึ้น” แดเนียล อิวาสซิน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของพิมโก ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท