
โบราณสถานเมืองเก่าพัทลุงชัยบุรี
หลังจากชมวังเจ้าเมืองพัทลุง ทั้งวังเก่าและใหม่ และเรือพัทลุง ท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง
โดย...ส.สต
หลังจากชมวังเจ้าเมืองพัทลุง ทั้งวังเก่าและใหม่ และเรือพัทลุง ท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง
ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 คุณอาณัติ บำรุงวงศ์ และเจ้าหน้าที่กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร ได้พาคณะสื่อมวลชนเดินทางด้วยรถยนต์ตรงไปยังเมืองเก่าชัยบุรี พัทลุง
เมื่อพวกเราเดินทางถึงก็มีหลวงพ่อพระครูวิจิตรวรทัศน์ เจ้าอาวาสวัดเขา (เมืองเก่าพัทลุงชัยบุรี) เจ้าคณะตำบลชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง พร้อมด้วย ประชาชน และ อบต. คอยต้อนรับ และพาคณะไปยังพระอุโบสถที่สวยงาม สร้างใหม่ และทำการพัทธสีมาแล้ว โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมาทรงเป็นประธาน เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. 2554
ประวัติการสร้างพระอุโบสถหลังงามนี้น่าสนใจ ตรงที่ว่าสร้างในช่วงที่จตุคาม รามเทพกำลังดังเมื่อ พ.ศ. 2551 ซึ่งทางวัดก็สร้างด้วยและได้ปัจจัยมากถึง 9 ล้านบาท ทำให้สร้างพระอุโบสถได้สมบูรณ์
เมื่อกราบพระ บูชาพระรัตนตรัยเรียบร้อย ผู้แทน อบต.กล่าวย้อนอดีตว่าเมื่อเดือน เม.ย. 2559 ผู้อำนวยการอาณัติ บำรุงวงศ์ เชิญคุณอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร มาเยี่ยมสถานที่แห่งนี้อย่างไม่เป็นทางการ พร้อมทั้งสัญญาว่าจะมาอีก ซึ่งก็ได้พบแล้ววันนี้ จึงดีใจและขอบคุณ พร้อมกันนั้นได้กล่าวให้ที่ประชุมฟังว่า ประชาชนที่เขาชัยบุรีมีความรักและปกป้องโบราณวัตถุ แต่ความไม่รู้เรื่องโบราณวัตถุมาแต่เดิม ทำให้โบราณวัตถุหายไป อาจไปอยู่บ้านคฤหบดีคนใดคนหนึ่งก็ได้ จึงได้แต่หวังว่าของที่หายไปจะกลับมาในอนาคตอันใกล้นี้
ในขณะเดียวกัน อาจารย์กิตติพันธ์ ทองดีเพ็ง อาจารย์โรงเรียนพรหมพินิตชัยบุรี ได้บรรยายความเป็นมาของเมืองเก่าแห่งนี้ว่ามีมาแต่โบราณ สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนการอนุรักษ์ในปัจจุบันได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากพระครูวิจิตรวรทัศน์ เจ้าอาวาสวัดเขาเมืองเก่า เช่น รวบรวมของเก่าเท่าที่จะหาได้มาเก็บไว้และเปิดให้ประชาชนที่สนใจที่อาคารเรียน กศน. สร้างรูปอดีตเจ้าเมืองพัทลุง เพรีซี หรือตาเพชร เป็นต้น
อาจารย์กิตติพันธ์ ทองดีเพ็ง ผู้รวบรวม และเรียบเรียง ประวัติศาสตร์เมืองพัทลุง เขาชัยบุรี เป็นเอกสารประกอบการเรียนวิชาท้องถิ่นของเรา พ.ศ. 2538 และวิชาชัยบุรีศึกษา พ.ศ. 2548 สรุปว่าเพรีซี หรือทวดโหม หรือตาเพชร เป็นผู้เข้าเฝ้าขอพระราชทานอำนาจการปกครองเมืองพัทลุง เขาชัยบุรี ภายหลังจากเมืองหัวเขาแดงสงขลา ถูกกรุงศรีอยุธยาเผาทำลาย เมืองใหม่มีเจ้าเมืองปกครอง 9 คน
เมืองพัทลุงเขาชัยบุรียุคนั้น เป็นยุคที่มีความเจริญรุ่งเรือง และมั่นคงสูงสุด มีการสร้างป้อม กำแพงเมือง เชื่อมกับเขาสามลูกล้อมเมืองไว้อย่างมั่นคง มีปืนใหญ่บาเหรี่ยม 2 กระบอกประจำเมือง มีเมืองจัตวาเป็นเมืองขึ้น 4 เมือง เจ้าเมืองคนสุดท้ายคือพระภักดีเสนา ที่เสียชีวิตในสงครามที่ไทยเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า พ.ศ. 2310 เมื่อเจ้าเมืองเสียชีวิต บ้านเมืองระส่ำระสาย พระปลัดเมืองนครศรีธรรมราชส่งหลานชายมาเป็นเจ้าเมือง และได้ย้ายเมืองจากเขาชัยบุรีไปตั้งที่ ต.ปราณ หรือเมืองท่าเสม็ด
ปัจจุบันมีการอนุรักษ์เมืองเก่า และขุดแต่งกำแพงเมืองเก่า ที่มีซากอิฐหลงเหลือเป็นแนวยาว มีความคืบหน้ามาก
ในโอกาสนี้พระครูวิจิตรวรทัศน์ เจ้าอาวาสวัดเขา (เมืองเก่าพัทลุงชัยบุรี) ได้มอบลิขิตถึงอธิบดีกรมศิลปากร ผ่าน อาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 เพื่อเรียกร้องให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นที่วัดแห่งนี้
จากนั้นได้เดินทางมาอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อสักการะเสาหลักเมือง ที่ชุมชนร่วมกันสร้างแทนของเดิมที่ทรุดโทรม และได้เดินทางไปยังถ้ำพระเขาเมือง หรือถ้ำพระนอน ที่หมู่ 1 ต.เขาชัยบุรี มีพระพุทธไสยาสน์ปั้นด้วยปูนขาวติดผนังด้านทิศตะวันออก ขนาดยาวประมาณ 17 เมตร แต่มีสภาพไม่สมบูรณ์ เพราะเศียรพระถูกทำลายไปอย่างน่าเสียดาย
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสำนักศิลปากรที่ 14 จ. นครศรีธรรมราช หรือกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร โทร. 02-224-2050







