posttoday
มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ (2)

มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ (2)

12 มิถุนายน 2559

โดย...ทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนล์

โดย...ทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนล์

ผู้ เขียนขอสรุปสาระสำคัญของบทความที่แล้ว ตามแนวคิดของทฤษฏีแรงมุ่งมั่นของบุคคล (Self Determination Theory หรือ SDT) คือความสำเร็จในการทำงานของคนแต่ละคน ประกอบด้วย 1.ความปรารถนามุ่งมั่น (Determination) 2.ความสามารถ (Competence) 3.แรงสนับสนุน (Supports) และ 4.การได้รับโอกาส (Opportunities) ปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่พยายามพัฒนาความสามารถให้พนักงาน โดยอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และเทคนิคอื่น เช่น Action Learning หรือ Coaching นอกจากนี้หลายองค์กรสนับสนุน พร้อมกับการได้รับโอกาสแก่พนักงาน แต่ยังพบว่าพนักงานไม่สามารถทำงานได้อย่างที่คาดหวัง ผลงานไม่ได้ตามเป้าหมายทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ทำให้ต้องทบทวนสิ่งที่ทำลงไปว่าทำถูกต้องถูกทางหรือไม่

เมื่อพิจารณามุมมองลูกจ้าง ผู้เขียนพบว่า หลายสำนักสำรวจสาเหตุการลาออกของพนักงาน ซึ่งพนักงานที่ลาออกระบุว่า 1.ขาดโอกาส 2.ขาดแรงสนับสนุน กลายเป็น 2 ใน 5 ข้อที่คะแนนสูงสุด เมื่อพิจารณามุมมองนายจ้างและหัวหน้างาน บางสำนักสำรวจความเห็นนายจ้างและหัวหน้างานเกี่ยวกับพนักงานในองค์กร พบอีกมุมมองคือพนักงานปัจจุบัน 1.ขาดความสามารถในงาน 2.ขาดความอดทนและความใส่ใจ

หลายสถาบันวิเคราะห์ในภาพรวมว่า องค์กรไทยที่ผ่านมาได้ใส่ Inputs กับพนักงานมากกว่าหลายสิบปีก่อน แต่ Outputs ที่คาดหวังจากพนักงานกลับต่ำลงกว่าหลายสิบปีก่อน ดังนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาแท้จริงคืออะไร? ผู้เขียนขอทบทวนบทสรุปการสำรวจสำนักต่างๆ ดังนี้ 1.หัวหน้างานขาดการสอนงานและความเมตตาแก่พนักงานใหม่ 2.ค่านิยมสมดุลชีวิตของพนักงานรุ่นใหม่ตามกระแส Work Life Balanced และ 3.การปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างพนักงานด้วยกันตามการปั่นกระแส Gen Y พื้นฐานของปัญหาจึงอยู่ที่การขาดแรงมุ่งมั่นของพนักงานในการทำงาน นอกจากไม่เน้นทำงาน กลับเน้นเรียกร้องค่าตอบแทนและการใช้ชีวิตที่สุขสบายตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน พนักงานจำนวนหนึ่งคิดว่าตนเองมีทางเลือกใหม่เสมอ ถ้าทำงานลำบากที่หนึ่งก็ลาออกไปสมัครงานอีกที่ได้ทันที

แรงมุ่งมั่นส่วนบุคคลมาจาก 2 องค์ประกอบ 1.แรงขับจากภายใน มาจากวิถีชีวิตพนักงานจากการเลี้ยงดูของครอบครัวและระหว่างการศึกษา บรรยากาศการทำงาน พฤติกรรมและค่านิยมของเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างาน 2.แรงขับจากภายนอก มาจาก “ระบบต่างๆ” เช่น ค่าตอบแทน เงินจูงใจ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ตัวอย่างแรงขับภายในที่เกิดจากการทำงาน คือความใกล้ชิดระหว่างลูกน้องกับหัวหน้า การให้คำแนะนำในเนื้องานและการทำงาน การสอนงาน การโค้ช (Coach) การคิดและเสริมสร้างแรงความมุ่งมั่น อีกตัวอย่างคือ มีเพื่อนร่วมงานขยันมุ่งมั่นในงาน พนักงานใหม่ที่มาทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่ขยันมักมีแนวโน้มรับอิทธิพลจากพฤติกรรมเพื่อนร่วมงานทำให้ตนขยันตาม

ตัวอย่างบริษัท Enterprise Rent A Car ครั้งแรก จะจ้างเฉพาะพนักงานที่มีทางเลือกน้อยหรือแทบหมดทางเลือก คือเรียนไม่เก่ง ต้องการหางานทำ แรงกดดันทางครอบครัวสูงที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงดู อย่างไรก็ตามพนักงานระดับผู้จัดการ ก็มาจากการคละกันระหว่างคนมีศักยภาพสูง ปรากฏว่าพนักงานที่ได้โอกาสจะเป็นพนักงานที่มุ่งมั่นในการทำงานสูง ในไทย แนวปฏิบัตินี้นำมาใช้ได้ แต่หัวหน้างานต้องมีจิตวิทยาการบริหารคนที่ดี สามารถสอนงานคือเนื้องานได้และต้องโค้ชจิตสำนึกการทำงานที่ดีควบคู่ด้วย ผลลัพธ์พบว่าบริษัท Enterprise Rent A Car และบริษัทที่ใช้ปรัชญาแบบนี้ ประสบความสำเร็จได้ดี ขณะที่การสื่อสารที่แสดงความเมตตาและจริงใจต่อกันระหว่างหัวหน้างานและลูกน้อง ระหว่างเพื่อนร่วมงาน เสริมสร้างแรงมุ่งมั่นได้มาก

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด