posttoday
ลงมือทำ

ลงมือทำ

12 มิถุนายน 2559

เป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาลเห็นปัญหาหนี้นอกระบบเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะประชาชนที่สิ้นหนทางจำใจต้องเข้าไปกู้หนี้นอกระบบดังกล่าวจะมีสภาพเหมือนกับตายทั้งเป็น เนื่องจากดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบที่โหดมากๆ เงื่อนไขการกู้เอาเปรียบผู้กู้ทุกอย่าง มีการหักต้นหักดอกเบี้ยล่วงหน้า เหลือเงินกู้มาใช้นิดเดียว ส่วนการติดตามหนี้ก็ใช้วิธีรุนแรงข่มขู่คุกคาม ซึ่งที่ผ่านมาหลายรัฐบาลก็พยายามแก้ แต่ไม่สำเร็จ มาถึงรัฐบาลนี้ จะนำมาตรา 44 มาใช้แก้หนี้นอกระบบ ทว่าปัญหาอยู่ที่กฎหมายจริงหรือ และเป็นการซ้ำซ้อนกับการปราบผู้มีอิทธิพลหรือเปล่า

เป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาลเห็นปัญหาหนี้นอกระบบเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะประชาชนที่สิ้นหนทางจำใจต้องเข้าไปกู้หนี้นอกระบบดังกล่าวจะมีสภาพเหมือนกับตายทั้งเป็น เนื่องจากดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบที่โหดมากๆ เงื่อนไขการกู้เอาเปรียบผู้กู้ทุกอย่าง มีการหักต้นหักดอกเบี้ยล่วงหน้า เหลือเงินกู้มาใช้นิดเดียว ส่วนการติดตามหนี้ก็ใช้วิธีรุนแรงข่มขู่คุกคาม ซึ่งที่ผ่านมาหลายรัฐบาลก็พยายามแก้ แต่ไม่สำเร็จ มาถึงรัฐบาลนี้ จะนำมาตรา 44 มาใช้แก้หนี้นอกระบบ ทว่าปัญหาอยู่ที่กฎหมายจริงหรือ และเป็นการซ้ำซ้อนกับการปราบผู้มีอิทธิพลหรือเปล่า

ทั้งนี้ เพราะตามที่กระทรวงการคลังบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมประกาศใช้มาตรา 44 โดยอาศัยอำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยจะคุมเจ้าหนี้หรือผู้ปล่อยกู้นอกระบบให้สามารถปล่อยกู้ได้ แต่ต้องคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนด โดยหากเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราดังกล่าว จะทำให้มีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา

สำหรับเจ้าหนี้ที่ปล่อยกู้นอกระบบ ที่ต้องการจะปล่อยกู้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 15% ทางเจ้าหนี้นอกระบบต้องเข้ามาลงทะเบียนเพื่อให้อยู่ในระบบ ผ่านการจดทะเบียนเป็นสินเชื่อพิโคไฟแนนซ์ (Pico Finance) สามารถปล่อยกู้คนจนที่ต้องการเงินใช้ฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียน ซึ่งเจ้าหนี้ต้องมีทุนจดทะเบียนเล็กน้อย แต่จะสามารถปล่อยสินเชื่อและคิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 36% ต่อปี โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดือน มิ.ย.นี้

จากแนวคิดของรัฐบาลในการนำมาตรา 44 มาใช้คุมเจ้าหนี้นอกระบบ ห้ามปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ยเกินปีละ 15% และถ้าหากจะคิดดอกเบี้ยเกินปีละ 15% ต้องมาจดทะเบียนทำเป็นธุรกิจพิโคไฟแนนซ์ดังกล่าว ถ้ารัฐบาลจะแก้แค่ 2 เรื่องนี้ จริงๆ กฎหมายที่มีในปัจจุบันก็สามารถจัดการได้อยู่แล้ว เพราะการปล่อยกู้หนี้นอกระบบส่วนใหญ่จะคิดดอกเบี้ยเกิน คิดโหดถึงเดือนละกว่า 20% เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด รัฐสามารถเข้าไปปราบปรามจับกุมนำเจ้าหนี้หน้าเลือดมาลงโทษได้ทันที ไม่ต้องรอให้ประกาศใช้มาตรา 44

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาปัญหาหนี้นอกระบบที่แก้ไม่ได้ เพราะเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบเกือบทั้งหมดเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องนี้ที่ผ่านมา เมื่อเดือน มี.ค. 2559 หรือไม่ถึง 3 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลก็เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใช้มาตรา 44 ปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยตั้งทหารขึ้นมาปราบผู้มีพฤติการณ์เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล 16 พฤติการณ์ เช่น นายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ ฮั้วประมูลงานราชการ หักหัวคิวรถรับจ้าง ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ลักลอบค้าประเวณี ล่อลวงแรงงานไปต่างประเทศ ต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว มือปืนรับจ้าง รับจ้างทวงหนี้ ค้าอาวุธสงคราม เรียกรับผลประโยชน์บนทางหลวงสาธารณะ ผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ดังนั้น จากภาพรวมทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมายไม่มีไปบังคับใช้ ไม่ต้องรออีกแล้ว ขณะนี้รอแค่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้มีอำนาจทั้งหลาย ตั้งใจจะปราบเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบจริงหรือไม่ หรือ ยังเห็นแก่พวกพ้องแก๊งก๊วนที่แบ่งปันผลประโยชน์ให้ ส่วนประชาชนที่เดือดร้อนจำใจต้องใช้เงินกู้นอกระบบ ก็ปล่อยให้ตกนรกตายทั้งเป็นต่อไป

อีกด้านหนึ่งนอกจากจะสร้างความเป็นธรรม จัดระเบียบให้การกู้เงินนอกระบบเข้ามาในระบบแล้ว รัฐควรจะหามาตรการ หาเครื่องมือให้ลูกหนี้นอกระบบหารายได้ให้มากพอเลี้ยงตัว และตัวลูกหนี้เองก็ควรมีวินัยการเงิน หากทำได้ครบวงจรเช่นนี้ ประเทศไทยก็จะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้

ภาพรวมทั้งหมดของปัญหาหนี้นอกระบบจึงไม่ได้อยู่ที่ออกกฎหมาย แต่อยู่ที่บังคับใช้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท