
ใครคือ ประธานรัฐสภาคนนั้น?
จากการเปิดประเด็นของมูลนิธิเพื่อนหญิงว่า อดีตประธานรัฐสภารายหนึ่งได้ล่วงละเมิดทางเพศกับเจ้าหน้าที่หญิงรัฐสภาจนเป็นข่าวครึกโครม พร้อมกับคำถามเซ็งแซ่ว่า ใครคืออดีตประธานรัฐสภาคนนั้น???
จากการเปิดประเด็นของมูลนิธิเพื่อนหญิงว่า อดีตประธานรัฐสภารายหนึ่งได้ล่วงละเมิดทางเพศกับเจ้าหน้าที่หญิงรัฐสภาจนเป็นข่าวครึกโครม พร้อมกับคำถามเซ็งแซ่ว่า ใครคืออดีตประธานรัฐสภาคนนั้น???
โดย-ทีมข่าวการเมือง
การออกมาเปิดประเด็นของมูลนิธิเพื่อนหญิง ในงานเสวนา "การคุกคามทางเพศ อาชญากรรมร้ายรายวันของสังคม" จัดโดย มูลนิธิเพื่อนหญิงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ว่า อดีตประธานรัฐสภารายหนึ่งได้ล่วงละเมิดทางเพศกับเจ้าหน้าที่หญิงรัฐสภา จนเป็นข่าวครึกโครม พร้อมกับคำถามเซ็งแซ่ว่า ใครคืออดีตประธานรัฐสภาคนนั้น???
“เจ้าหน้าที่คนนี้เป็นคนสวยเพราะเคยเป็นถึงเชียร์ลีดเดอร์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ถูกอดีตประธานรัฐสภาคนหนึ่งพยายามใช้ ตำแหน่งหน้าที่เข้ามาตีสนิท ทั้งยังเคยให้ร่วมเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยกัน กระทั่งเหตุการณ์วันหนึ่งถูกอดีตประธานรัฐสภาที่ว่าบังคับให้เดินด้วยส้นสูง 3 นิ้ว จากชั้น 1 ถึงชั้น 8 ของคอนโดฯเพื่อนำเอกสารไปส่งถึงตัว และพยายามชักชวนให้ดูบอลแล้วลวนลามจนถึงขั้นละเมิดทางเพศ ทำให้เจ้าตัวต้องหยุดงานไป 15 วัน เป็นผลให้หัวหน้างานไล่ออกจากงาน เธอเกิดความเครียด สภาพจิตใจย่ำแย่ ครอบครัวก็ไม่เข้าใจ ถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง จนกระทั่งอดีตประธานรัฐสภาพ้นจากตำแหน่ง จึงได้ฟ้องศาลปกครองเพื่อขอกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง
“คดีได้ยืดเยื้อมานาน เจ้าหน้าที่หญิงรายนี้ จึงเข้ามาปรึกษากับมูลนิธิเพื่อนหญิง ซึ่งต้องมาอยู่ในความดูแลของมูลนิธิเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจอยู่หลายเดือน เนื่องจากศาลปกครองชั้นต้นตัดสินเจ้าหน้าที่หญิงรายนี้มีความผิดที่หยุดงาน จึงได้อุทธรณ์ต่อศาลจนศาลตัดสินว่าให้สามารถกลับเข้ามาทำงานที่รัฐสภาได้อีกครั้ง” น.ส.พัชรี จุลหิรัญ นักสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิเพื่อนหญิง เปิดเผยในวงสัมมนา
หากตรวจสอบรายชื่ออดีตประธานรัฐสภาในช่วงย้อนหลัง 15 ปี ที่ผ่านมาช่วงก่อนมีการจัดตั้งศาลปกครองหลังมีรธน. 2540 พบว่า มีประธานรัฐสภาแล้วทั้งหมด 6 คน เริ่มจาก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคความหวังใหม่ดำรงตำแหน่ง ปี 2539 - 2543 นายพิชัย รัตตกุล พรรคประชาธิปัตย์ เป็นในช่วงสั้นๆ ไม่กี่เดือนในปี2543
ตามด้วย นายอุทัย พิมพ์ใจชน จากพรรคไทยรักไทย ปี2544 – 2548 นายโภคิน พลกุล ปี 2548 - 2549 ก่อนจะมีการรัฐประหารของคมช. เมื่อพรรคพลังประชาชนกลับมาเป็นรัฐบาล นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ก็ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรในช่วงสั้นๆ ในปี2551 ก่อนจะลาออกเพราะถูกใบแดง จนนายชัย ชิดชอบ ได้รับเลือกจนเป็นประธานสภามาจนถึงวันนี้ร่วม 2 ปี
ในแวดวงสภา เริ่มระแคะระคายว่า อดีตประธานสภา “หน้าหม้อ” ที่ตกเป็นข่าวนี้เป็นใคร เพราะจากพฤติกรรมฉาวโฉ่เรื่องนี้ ยังมีเรื่องเม้าธ์มานานเกี่ยวกับทั่นประธานผู้นี้ด้วยว่า เลขาหญิงรุ่นดึกที่ติดตามตัวทั่นประธานสมัยยังมีอำนาจ ก็เคยเป็นเจ้าหน้าที่สภาที่ใช้ “เต้าไต่” ป้วนเปี้ยนหน้าห้องจนได้ดี นอกจากนี้อดีตประธานสภารายนี้ยังมีเรื่องอื้อฉาวหลายเรื่อง เช่น การเล่นพนันขันต่อในต่างประเทศ อีกด้วย
อดีตแกนนำพรรคพลังประชาชน รายหนึ่งบอกว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งอดีตประธานรัฐสภาคนนี้เป็นที่รู้กันว่า มีพฤติกรรมเจ้าชู้ยักษ์ เวลาเดินทางไปไหนก็มักจะมี เลขาผู้หญิงเปลี่ยนหน้าไปเรื่อย เป็นที่รู้กันในหมู่ สส. และประธานคนนี้ถือว่าเซียนทุกเรื่อง อย่างไรก็ตาม มีประธานรัฐสภาบางรายที่มีข่าวทำนองนี้อีกเช่นกัน แต่อาจจะเนียนกว่า ในแง่ที่ว่า เข้าแทรกซึมผู้หญิงโดยไม่รู้ตัว จนสาวที่มาทำงานด้วยเคลิบเคล้ม เหมือนประเภทดินเนอร์ใต้เสียงเทียนต่างจาก ประธานรัฐสภารายแรกที่โฉ่งฉ่างกว่า
อย่างไรก็ตามพฤติกรรมคุกคามทางเพศ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำกับผู้มีอำนาจในทุกวงการ โดยเฉพาะนักการเมืองที่มีตำแหน่งระดับสูง กระทั่งเรื่องอื้อฉาวหลายปีก่อน คือ กรณี “ชั้น 28”
เรื่องราวของ สส. ในสภา หรือ “บิ๊กสภา” ล่วงละเมิดทางเพศข้าราชการสาว หรือ แลกเปลี่ยนผู้ติดตาม ในลักษณะตบมือข้างเดียวหรือร่วมกันปรบมือ มีเกือบทุกปี เช่น หลายปีก่อนเป็นที่เลื่องลือว่า มีผู้ติดตามสาวหน้าตาแฉล่มแช่มช้อยรายหนึ่ง ถูกนักการเมืองใหญ่ในพรรคใหญ่รวม 4 คนหมุนเวียนสลับยืมตัวเป็นเลขาเพื่อหาความบันเทิง จนต่อมามีการหยิบไปพูดในสภาถึงลีลาใต้สะดือกันอย่างเมามันส์
สส.ที่สลับเปลี่ยนตัว “เลขาสาว”ขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นถึง “เลขาของอดีตผู้นำ” ที่สำคัญ สส.กลุ่มนี้อยู่ต่างพรรค และต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีระดับว่าการกันแทบทั้งสิ้น พฤติกรรมในลักษณะเช่นว่ายังเกิดขึ้นกับนักการเมืองและข้าราชการสาวหลายคนอีกในทำนอง “ร่วมรักปันตำแหน่ง” จนเป็นที่รับรู้ในสภาว่า ข้าราชการสาว คนไหนมีพฤติกรรมอย่างไร เช่น ครั้งหนึ่งไปเป็นเลขาส่วนตัวของ สส.ที่เป็นประธานกรรมาธิการ เมื่อ สส.คนดังกล่าวหมดอำนาจก็จะถูกบิ๊กนักการเมืองอีกค่ายยืมตัวไปเป็นเลขาหน้าห้องในสภาต่อ
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่นักศึกษาฝึกงานเป็นนักข่าวในสภา สส.หื่นกามบางรายยังใช้วิธีเจาะไปที่คนกลุ่มนี้ โดยแสร้งทำมาพูดคุย สร้างความรู้จักมักคุ้น จนได้เบอร์นักศึกษา เมื่อฝึกงานจบ ก็ติดต่อให้มาเป็นเลขาส่วนตัวก็มี บิ๊กการเมืองบางรายยังใช้ห้องส่วนตัวของ ประธานกรรมาธิการ เป็นห้องลับดังสวรรค์วิมานกับผู้ติดตาม หน้าห้องจนเป็นข่าวอื้อฉาวมาหลายปีมาแล้ว
กระนั้น “ประธานสภาฯ” บางคน ยังมีข่าวฉาวโฉ่มาตั้งแต่เป็นก่อนมาดำรงตำแหน่งประมุขนิติบัญญัติ เช่น สมัยเจ้าตัวเป็นบิ๊กพรรครัฐบาล ชอบเก็บตกอดีตนางงามที่ตกรอบแรกตามเวทีต่างๆ มาเป็นเลขานุการส่วนตัว หรือ เป็นทีมงานหน้าเด้งคอยเดินแฟ้มอีกด้วย
นี่เป็นเรื่องราวเล็กๆ สารพัดเรื่องราวตัณหาของผู้มีอำนาจในสภา







