posttoday
แบงก์ช่วยเศรษฐีรับมือภาษีที่ดิน

แบงก์ช่วยเศรษฐีรับมือภาษีที่ดิน

10 มิถุนายน 2559

กสิกรเร่งหาทางช่วยลูกค้าคนรวยพัฒนาที่ดินรกร้าง รองรับกฎหมายภาษีที่ดินใหม่ ชี้ถูกสอบถามจำนวนมาก

กสิกรเร่งหาทางช่วยลูกค้าคนรวยพัฒนาที่ดินรกร้าง รองรับกฎหมายภาษีที่ดินใหม่ ชี้ถูกสอบถามจำนวนมาก

นายนนท์ บุรณศิริ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัว สายงานธุรกิจไพรเวทแบงก์ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกำลังศึกษาร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างละเอียดว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร เพื่อหาทางออกในการลดผลกระทบแก่ลูกค้าไพรเวทแบงก์ หรือลูกค้ารายย่อยที่มีสินทรัพย์หรือเงินลงทุนวงเงินตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่มีทรัพย์สินเป็นที่ดินเปล่าจำนวนมาก และไม่ได้ใช้งาน ที่อาจมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นมาก

ทั้งนี้ ธนาคารจะมอบหมายให้ทีมงานไพรเวทแบงก์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หาแนวทางพัฒนาที่ดินรกร้างว่างเปล่าของลูกค้าภายใต้ภาษีฉบับใหม่ ไปทำประโยชน์และสร้างมูลค่าได้สูงสุด โดยมองแนวทางพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่นอกจากผ่อนคลายภาระภาษีที่ดินแล้ว ยังสร้างผลตอบแทนที่ดีในภาวะที่ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำและตลาดทุนผันผวน อีกทั้งหากพัฒนาโครงการขึ้นมาแล้ว อาจจะขยับไปทำกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (กองรีท) ซึ่งผลตอบแทนเฉลี่ย 4-8% ต่อปี ขึ้นอยู่กับรูปแบบกองทุนและความเสี่ยง

อย่างไรก็ดี มีแนวคิดจะร่วมกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ดีเวลลอปเปอร์) ใช้ความเชี่ยวชาญร่วมหาทางสร้างมูลค่าจากที่ดินของลูกค้าที่เหมาะสมในแต่ละทำเล เช่น หากทำเลติดกับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าของรัฐบาล อาจจะพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย หรือหากทำเลอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว ก็อาจพัฒนาเป็นที่พักหรือร้านอาหาร เป็นต้น

“ลูกค้าเริ่มมีเข้ามาถามบ้างแล้ว ทำให้เราต้องเริ่มมองหาแนวทางไว้ ซึ่งแนวทางพัฒนาที่ดินเป็นอสังหาริมทรัพย์ สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี แต่กำลังติดตามสถานการณ์อยู่ว่า หลังภาษีที่ดินฯ ฉบับนี้ออกมาจะยิ่งเร่งการเติบโตของโครงการอสังหาริมทรัพย์ จนทำให้มีปริมาณมากเกินไปหรือไม่” นายนนท์ กล่าว

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยร่วมมือกับธนาคารลอมบาร์ด โอเดียร์ เปิดตัวบริการวางแผนบริหารจัดการทรัพย์สินครอบครัวเต็มรูปแบบแห่งแรกในไทย หลังพบว่าเศรษฐีทั่วโลกให้ความสำคัญกับการวางแผนสืบทอดทั้งในเชิงธุรกิจและครอบครัวสู่รุ่นต่อๆ ไปอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

เบื้องต้น ธนาคารตั้งเป้าหมายในปีแรกเจาะครอบครัวมั่งคั่ง 50 อันดับแรกของประเทศมาใช้บริการ มีสินทรัพย์ในการบริหารจัดการ (เอยูเอ็ม) 1 แสนล้านบาท ขณะนี้นำร่องได้ลูกค้าแล้ว 4-5 ราย ปัจจุบันสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงก์มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 42% มีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 22% มียอดรวมสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร หรือเอยูเอ็ม รวม 7.6 แสนล้านบาท จากลูกค้าประมาณ 9,600 ราย โดยสิ้นปีตั้งเป้ารายได้เติบโตมากกว่า 20% ฐานลูกค้าสิ้นปี 9,800 ราย เอยูเอ็มกว่า 8 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ การให้บริการการบริหารจัดการทรัพย์สินครอบครัว ธนาคารกสิกรไทยจะมีบทบาทหลักเป็นที่ปรึกษาการวางแผนให้ลูกค้า ทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรของธนาคารซึ่งผู้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อาทิ ด้านกฎหมาย ทรัพยากรบุคคล ซึ่งรูปแบบบริการ ประกอบด้วย การวางแผนการบริหารจัดการครอบครัว การวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยง การวางโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ การวางแผนการสืบทอดความมั่งคั่ง การสนับสนุนการดำเนินการสร้างสาธารณประโยชน์ และการจัดตั้งสำนักงานครอบครัว

ก่อนหน้านี้ ไนท์แฟรงค์ ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกจากอังกฤษ ได้สำรวจกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูง พบว่า เศรษฐีทั่วโลก รวมทั้งเศรษฐีไทย ให้ความสำคัญกับการวางแผนเรื่องทายาทหรือผู้สืบทอดทั้งในเชิงธุรกิจและครอบครัว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน