
สั่งอัดฉีดกำลังซื้อ
นายกฯ สั่งเติมรายได้เกษตรกร หมุนเศรษฐกิจฐานราก หอการค้าชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ค. ต่ำสุดรอบ 8 เดือน
นายกฯ สั่งเติมรายได้เกษตรกร หมุนเศรษฐกิจฐานราก หอการค้าชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ค. ต่ำสุดรอบ 8 เดือน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายว่าจะต้องทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพียงพอ เพราะจะทำให้การหมุนเวียนของเศรษฐกิจดีขึ้นตามมา และแม้ว่าขณะนี้รายได้ของเกษตรกรจะมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นไม่มากทำให้ราคาสินค้าเกษตรยังไม่ดี ขณะที่ธุรกิจในภาพรวมจะดีได้ ก็ต้องมาจากกำลังซื้อของเศรษฐกิจฐานราก
นายสมคิด กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกมีแต่ทรงกับทรุด และจะหวังพึ่งเศรษฐกิจขนาดใหญ่ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐที่ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ เพราะการจ้างงานยังไม่ดีขึ้น และตั้งแต่มีปัญหาเศรษฐกิจปี 2551 สหรัฐไม่เคยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่ที่เศรษฐกิจอยู่มาได้เพราะมีอุตสาหกรรมไอทีอยู่ ส่วนยุโรปก็ยังไม่ดีขึ้น ที่จะหวังพึ่งได้ก็มีเพียงเศรษฐกิจเอเชียโดยเฉพาะจีน แต่ยังต้องใช้เวลา ดังนั้น ไทยจะต้องพึ่งเศรษฐกิจภายใน โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐ ซึ่งเมื่อเร่งแล้วก็อยากให้เอกชนเร่งลงทุน
นายสมคิด ยังกล่าวว่า ในเร็วๆ นี้จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สามารถค้ำประกันสินเชื่อได้มากขึ้น และสามารถทำธุรกิจได้เหมือนกับบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น
สำหรับกรณีที่ธนาคารโลกปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้เป็น 2.5% ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่รัฐบาลจะไม่ประมาทและยังต้องประคองเศรษฐกิจให้ยืนอยู่ให้ได้ และสูงขึ้นในบางครั้ง แต่หัวใจก็ยังอยู่ที่การปฏิรูปเศรษฐกิจให้ยั่งยืน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายสมคิด สั่งการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กำหนดมาตรการปล่อยสินเชื่อให้ชาวนาและเกษตรกรในช่วงฤดูเพาะปลูกนี้
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือน พ.ค. พบว่าอยู่ที่ 72.6 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2558
ทั้งนี้ ผู้บริโภคยังกังวลภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวค่อนข้างล่าช้า และราคาพืชผลมีราคาตกต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศจะฟื้นตัวไม่มากไปจนถึงกลางไตรมาส 3 ของปี ขณะที่ประชาชนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก
“ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนว่าประชาชนไม่มั่นใจเศรษฐกิจจะฟื้นตัว แต่แนวโน้มความเชื่อมั่นในอนาคตที่เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 74.6 เพราะคาดหวังว่ารัฐบาลจะลงทุน ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังรัฐต้องเร่งลงทุนและเบิกจ่ายงบให้ได้ตามเป้าหมาย” นายธนวรรธน์ ระบุ







