posttoday
พรบ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ 2559

พรบ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ 2559

09 มิถุนายน 2559

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้รับร่างพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2559 ในวาระหนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว และมีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาเพื่อไปสู่การให้ความเห็นชอบในวาระสองและสามต่อไป เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร และร่างพระราชบัญญัตินี้คงผ่านสภาประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2502 และพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งมีสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นหน่วยงานทำหน้าที่ด้านเลขานุการ หลายคนยังเข้าใจสับสนเกี่ยวกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สภา มช.) และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แม้แต่ตัวย่อก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ส่วนใหญ่คนจะรู้จัก สมช.เป็นสำคัญ

เชื่อว่าผู้อ่านส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบการพัฒนาการของพระราชบัญญัติหรือกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ หลายคนคิดว่ากฎหมายนี้คงออกสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่ความจริงแล้ว สภาความมั่นคงแห่งชาติมีประวัติย้อนหลังไปตั้งแต่สมัยในหลวงรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงตรากฎหมายที่เรียกทั่วไปว่า “สภาเกี่ยวกับการป้องกันพระราชอาณาจักร” เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2453 โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประธาน สมช. จึงถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันก่อตั้ง ต่อมาปี 2470 มีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ของ “สภาป้องกันราชอาณาจักร” ในรัชกาลต่อๆ มา มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง คือเมื่อ 11 ม.ค. 2487 สภาได้ออก “พ.ร.บ.สภาการสงคราม” ที่กำหนดอำนาจหน้าที่ครอบคลุมความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสวัสดิภาพของประชาชน แต่กฎหมายฉบับนี้อยู่ได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น ก็มีกฎหมายฉบับใหม่ออกมาแทนเมื่อ 10 ก.ย. 2487 ชื่อ “พ.ร.บ.สภาป้องกันราชอาณาจักร” ต่อมาในวันที่ 31 ม.ค. 2499 มีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สภาป้องกันราชอาณาจักร

สภาความมั่นคงแห่งชาติเข้าสู่ศักราชใหม่ หรือเป็นสภา มช. และ สมช.ยุคใหม่ เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ออก พ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อ 23 ก.ย. 2502 ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ใช้คำว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมี 7 มาตรา มาตรา 4 ว่าด้วยองค์ประกอบ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานสมาชิกประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหม คลัง ต่างประเทศ มหาดไทย คมนาคม ผบ.ทหารสูงสุด โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติทำหน้าที่เป็นเลขานุการ และเป็นเลขาธิการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วย ส่วนมาตรา 5 กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ จากนั้นอีก 5 ปีต่อมา ได้มีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมเล็กน้อย โดยเพิ่มรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติขึ้นมาด้วย

น่าสังเกตว่าตัวแทนของทหารที่เป็นสมาชิกของสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีเพียง ผบ.ทหารสูงสุดเท่านั้น ส่วน ผบ.เหล่าทัพ เช่น ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. ผบ.ตร. เช่นเดียวกับผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นเพียงได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมเท่านั้น พวกที่ได้รับเชิญต้องนั่งฟังเฉยๆ จนกว่าจะถูกถาม จึงสามารถพูดได้ นายกรัฐมนตรีบางท่านที่มีจิตสำนึกด้านการรักษาความลับสูง และเกรงว่าความลับสุดยอดในการประชุมอาจหลุดไปยังบุคคลภายนอกผ่านรัฐมนตรีที่เป็นนักการเมือง มักไม่เรียกประชุมอย่างเป็นทางการ แต่ใช้วิธีปรึกษาหารือนอกรอบกับฝ่ายความมั่นคงที่เรียกว่า “กลุ่ม 5 พี” แทน อย่างไรก็ดี มีบางยุคบางสมัยภายใต้นายกรัฐมนตรีและ สมช.บางคน ในการประชุมสภา มช.บางครั้ง อาจมีทั้งสมาชิกสภา มช. และผู้ติดตามเข้าฟังมากกว่า 50 คนก็มี จนมีคนแอบเรียกว่าเป็น “การประชุมขยายวง” แบบพรรคคอมมิวนิสต์

สำหรับร่าง พ.ร.บ.ฉบับปี 2559 มีถึง 21 มาตรา โดยเฉพาะมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประชุมด้วยการแต่งตั้งรัฐมนตรีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แทนรัฐมนตรีพัฒนาการแห่งชาติซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว และตั้งรัฐมนตรียุติธรรม ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพิ่มเติม อีกทั้งยังเสนอให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคนที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกด้วย ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบครั้งสำคัญ

การเตรียมร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติปี 2502 และปี 2507 นี้ ทำมานานผ่านเลขาธิการ สมช.หลายคน รวมทั้ง นายถวิล เปลี่ยนศรี และมาจบลงที่นายอนุสิษฐ์ คุณากร แต่มีรายงานข่าวผ่านทางสื่อว่า เลขาธิการคนปัจจุบัน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม ไม่เห็นด้วยที่จะให้เพิ่มตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ โดยอ้างว่าจะทำให้จำนวนสมาชิกสภา มช.มากเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องไปล็อบบี้กันในการพิจารณาวาระสอง

เขียนถึงประวัติของสภา มช. และ สมช.มายืดยาว เพื่อให้คนที่สนใจหน่วยงานที่รับผิดชอบในการกำหนดและตัดสินใจนโยบายด้านความมั่นคงของชาติได้ทราบ

สภาความมั่นคงแห่งชาติ เคยถูกเรียกว่า “สภาสงคราม” เพราะเป็นสภาที่วางแผนในการต่อสู้กับศัตรูในยามที่ประเทศถูกคุกคาม ต่อมาถูกเรียกว่า “รัฐมนตรีวงใน” เพราะประกอบด้วยรัฐมนตรีสำคัญๆ ที่ตัดสินใจหรือกำหนดนโยบายความมั่นคงของชาติด้านต่างๆ เมื่อนำไปเสนอในที่ประชุม ครม. ก็ได้รับการอนุมัติทุกครั้ง เพราะผู้เสนอและผู้อนุมัติเป็นคนเดียวกัน คือ นายกรัฐมนตรี

สภาความมั่นคงแห่งชาติภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ไทยกำลังเผชิญกับสิ่งท้าทายนานาประการ เผชิญกับพลังการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยทั้งจากในประเทศและนอกประเทศ ความแตกแยกของคนในชาติ การบ่อนทำลายทางการเมืองของกลุ่มสูญเสียอำนาจ แรงกดดันจากประเทศตะวันตกทั้งด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาและยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ การเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศโลก เกิดภาวะอากาศแปรปรวนทั่วโลก ไทยต้องเผชิญกับภัยแล้งซ้ำซากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความท้าทายจากความมั่นคงด้านอาหารทั้งปริมาณและราคา ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายระหว่างประเทศและในประเทศ อาชญากรรมข้ามชาติ ฯลฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติภายใต้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ และภายใต้ประธานที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องทำงานหนักมากในการแก้ไขปัญหาที่สะสม หมักหมมมานาน และปัญหาเกิดขึ้นใหม่ที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนหลายอย่างที่นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยซ้ำ เพราะมุ่งแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ ไม่มีเดิมพันทางการเมืองที่ต้องเสียเวลาต่อรอง

พ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2559 ภายใต้รัฐบาลชุดนี้คงจะทำให้ไทยมั่นคงขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์