posttoday
ดีเอสไอเร่งสรุปสำนวนคดี "พระธัมมชโย" ส่งอัยการชี้ไม่ต้องรอเจรจา

ดีเอสไอเร่งสรุปสำนวนคดี "พระธัมมชโย" ส่งอัยการชี้ไม่ต้องรอเจรจา

08 มิถุนายน 2559

"ดีเอสไอ" ยันทำคดี "ธัมมชโย" ตามข้อเท็จจริงหลักฎหมาย เร่งสรุปสำนวนส่งอัยการ ระบุไม่จำเป็นต้องรอการเจรจา

"ดีเอสไอ" ยันทำคดี "ธัมมชโย" ตามข้อเท็จจริงหลักฎหมาย เร่งสรุปสำนวนส่งอัยการ ระบุไม่จำเป็นต้องรอการเจรจา

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีวัดพระธรรมกายขอเลื่อนกำหนดการเข้าตรวจของแพทยสภาออกไปโดยไม่กำหนด ว่า ในส่วนของดีเอสไอนั้น การดำเนินคดีกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจรนั้น ดีเอสไอทำตามขั้นตอนมาโดยตลอด ตั้งแต่การออกหมายเรียกครั้งแรกให้มาพบพนักงานสอบสวน และพระธัมมชโยได้ขอเลื่อนการเข้าพบโดยอ้างว่ามีอาการอาพาธ ซึ่งทางเราก็มีหลักฐาน จนนำไปสู่การขออนุญาตออกหมายจับดังกล่าว ดังนั้น จึงขอเรียนว่าดีเอสไอทำตามขั้นตอนกฎหมาย และให้การอะลุ่มอะล่วยทางการดำเนินการ

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า แต่ท้ายที่สุดดีเอสไอก็ต้องคำนึงถึงข้อปฏิบัติต่างๆของกฎหมาย หากดำเนินการที่ผิดกฎหมายแล้ว อีกฝ่ายก็จะมองว่าพนักงานสอบสวนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทุกวันนี้พนักงานสอบสวนก็พยายามประชุมกันโดยจากนี้ไปก็จะทำตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งจะดำเนินการตาม 5 ข้อ ที่พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ได้แถลงต่อสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็นตามขั้นตอนกฎหมายทั้งหมด ทั้งนี้ ในส่วนของสำนวนคดีดังกล่าวนั้น พนักงานสอบสวนกำลังเร่งสรุปสำนวนอยู่ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในเร็วนี้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีวัดพระธรรมกายขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ขณะนี้ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ ซึ่งตนขอเรียนว่า หากทางทนายความวัดพระธรรมกายเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถเข้ามาสอบถามได้ หรือทำหนังสือมาสอบถามได้ แต่เราก็ต้องดูรายละเอียดว่าสิ่งที่ทางวัดแจ้งมาเกี่ยวกับเรื่องอะไร หากว่าพนักงานสอบสวนดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับถูกต้องก็คงไม่มีเหตุผลให้เปลี่ยน เนื่องจากพนักงานสอบสวนชุดนี้เป็นการทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการ ซึ่งมีพนักงานอัยการ และที่ปรึกคดีพิเศษ เข้าร่วมการสอบสวนด้วย และการดำเนินการแต่ละขั้นตอนเป็นมติของที่ประชุม

ถามว่าการที่วัดพระธรรมกายของให้ดีเอสไอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน จะมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือหรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ตนขอเรียนว่าเขาร้องได้ทุกเรื่องอะไรที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่เราก็ต้องพิจารณาว่าเรื่องที่เขาร้องมานั้นมีเหตุมีผลหรือไม่ เพราะถ้าร้องอย่างนี้และคดีอื่นก็มาร้องเหมือนกันหมด ดีเอสไอก็ทำหน้าที่ไม่ได้ ดังนั้น การร้องสามารถร้องได้ แต่การพิจารณาจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนตามคำร้อง ทางดีเอสไอก็ต้องพิจารณาตามเหตุผลและความจำเป็นด้วย ส่วนการสรุปสำนวนส่งอัยการนั้น หากเราดำเนินการสรุปสำนวนเสร็จก็สามารถส่งอัยการได้ทันที ไม่ต้องรอการเจรจาในส่วนของพระธัมมชโยแต่อย่างใด

"ในส่วนของการเจรจาทางคณะผู้ปกครองสงฆ์เป็นส่วนดำเนินการ และดีเอสไอก็ดำเนินการตามในส่วนของกฎหมาย ผมขอเรียนว่าไม่ได้หยุดอะไร การเจรจาเป็นเรื่องที่สงฆ์ดำเนินการส่วนหนึ่ง คดีไม่ได้เสียหายหรือล่าช้าอะไร เรากำลังเร่งทำอยู่ ส่วนการเข้าไปดำเนินการจับกุมนั้น ผมขอเรียนว่าแผนปฏิบัติการเรามีอยู่แล้ว แต่มันต้องเป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติของแผน ซึ่งเราอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์" อธิบดีดีเอสไอ กล่าว

ถามถึงกรณีที่จะมีสมาชิกกลุ่มสหกรณ์ฯคลองจั่น มายื่นเรื่องต่อดีเอสไอเพื่อขอให้ติดตามเงินจากนิติบุคคลอื่นๆ เพื่อชดใช้เงินให้กับสมาชิกสหกรณ์ฯที่กำลังเดือดร้อน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า เราทำอยู่ตลอด เพียงแต่ช่วงนี้สื่อให้ความสนใจในคดีของพระธัมมชโย ซึ่งคดีทั้งหมดมีประมาณ 10 คดี ดังนั้น เรากำลังดำเนินการทำอย่ตลอด

ถามถึงกรณีมีอัยการออกมาระบุถึงกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมหรือแจ้งความดำเนินคดี ทั้งที่บางเรื่องไม่ได้มีการกระทำความผิดจริง พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิของคนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ตนถึงเรียนว่าดีเอสไอทำงานตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย แต่ในส่วนอื่นถ้าใครทำผิดกฎหมายหรืออะไรก็แล้วแต่ หรือพนักงานสอบสวนเองทำตามกฎหมายและถูกกล่าวหาว่าไปกลั่นแกล้งเขา เราก็มีสิทธิดำเนินคดีในส่วนนั้นอยู่แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท