
วิษณุมอบกกต.ประสานกองทัพจัดฟังความเห็นร่างรธน.-ประชามติ
"วิษณุ" เผย มอบ กกต. ประสาน กองทัพภาค จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น รธน.-ประชามติ ประเดิมลงพื้น จ. นครศรีธรรมราชที่แรก
"วิษณุ" เผย มอบ กกต. ประสาน กองทัพภาค จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น รธน.-ประชามติ ประเดิมลงพื้น จ. นครศรีธรรมราชที่แรก
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ต่างๆต่อร่างรัฐธรรมนูญและการทำประชามติว่า ได้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประสานงานกับกองทัพแต่ละภาคในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดย กกต.จะเป็นเจ้าภาพ จัดเวทีในแต่ละภาค ซึ่งยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจะเป็นอย่างไร และตนไม่ได้ให้แนวทางในการจัดเวทีแต่อย่างใด แต่เชื่อว่าจะเป็นรูปแบบคล้ายการรับฟังความคิดเห็นจากบรรดานักกาเมืองที่จัดไปเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่สโมสรทหารบก แต่ครั้งนี้จะแตกต่างออกไปบ้าง เพราะไม่ได้เน้นนักการเมือง แต่ต้องการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน หากนักการเมืองต้องการเข้าร่วมด้วยก็ไม่มีปัญหาอะไร กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จะได้รับฟังความเห็นจากประชาชน โดยเวทีแรกจะเริ่มที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยตนจะไปร่วมกิจกรรมด้วย พร้อมทั้งอาจจะมีตัวแทนจากกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แต่จะไม่ครบทั้ง 5 สาย
“ผมไม่ทราบรายละเอียดมากนัก ซึ่งจะมีการเชิญประชาชน แต่จะเชิญนักการเมืองด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่ผู้จัด ยืนยันว่าการประชุมครั้งที่แล้ว ที่หอประชุมกองทัพบกนั้น บรรยากาศเป็นไปด้วยดีอย่างไม่น่าเชื่อ ผมมีหน้าที่ตอบคำถาม แต่ไม่ต้องเตรียมตัว เพราะไม่รู้ว่าเขาจะถามอะไร ตอบไม่ได้ก็บอกว่าตอบไม่ได้ เช่น คำถามว่า ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะทำอย่างไร ผมก็ต้องตอบ ตอบว่า ทำใหม่ รู้แล้วจะได้ไม่ต้องถามอีก” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา 61 วรรค 2 ใน พ.ร.บ.ประชามติ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราวหรือไม่ว่า หากเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญก็ไม่จำเป็นต้องใช้มาตราดังกล่าวก็ได้ และไม่จำเป็นต้องแก้ไข เพราะกฎหมายฉบับนี้ใช้เฉพาะการทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เท่านั้น
นายวิษณุ กล่าวถึง กรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ระบุว่างบประมาณการทำประชามติครั้งนี้สูงถึง 10,000 ล้านบาท ว่า ไม่มีการเพิ่มเติมจากงบเดิม ซึ่งอยู่ที่ 2,900 ล้านบาท ที่มีพูดกันก่อนหน้านี้ว่า งบสำหรับครู ก ครู ข ครู ค เป็นเงินนอกเหนือจาก งบ 3,000 ล้านบาทนั้นก็ไม่จริง







