posttoday
ปรับโครงสร้างประเทศไทย ไม่ทำจะลำบาก

ปรับโครงสร้างประเทศไทย ไม่ทำจะลำบาก

08 มิถุนายน 2559

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ดิฉันเป็นคนโชคดี ที่เกิดในเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ช่วงต้นๆ ได้เห็นพัฒนาการเศรษฐกิจ ความเจริญของประเทศไทยและของโลก เริ่มทำงานตั้งแต่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ระบบการค้าและอุตสาหกรรมยังเป็นการผูกขาด รวมศูนย์อำนาจไว้ที่กลุ่มขั้วการเมือง และบริหารประเทศตามสบายใจ

ช่วง 14 ตุลา 2516 ดิฉันยังเรียนชั้นประถมไม่เข้าใจอะไรมากนัก ดิฉันโตมากับเพลงปลุกใจ เวลามีการปฏิวัติ ตอนที่ยังเด็กจะชอบมาก เพราะไม่ต้องไปโรงเรียน เด็กเห็นอะไรเป็นเรื่องสนุกทั้งนั้น แต่เมื่อเข้ามาทำงานแล้วเรื่องที่เคยเห็นว่าสนุกความจริงเป็นเรื่องเครียดทั้งนั้น

ตั้งแต่ดิฉันเรียนจบและเริ่มทำงาน เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลพลเรือนหลายครั้ง แต่ครั้งที่ดิฉันเห็นว่าได้สร้างคุณูปการต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศมากที่สุด คือ ช่วงที่คณะปฏิวัติตั้งรัฐบาลชั่วคราวโดยมีคุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี

ก่อนจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี คุณอานันท์ท่านเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเป็นประธานกรรมการของบริษัท สหยูเนี่ยน เมื่อเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีสิ่งที่รัฐบาลชั่วคราวทำคือ การลุยปฏิรูปเศรษฐกิจ เลิกการอุดหนุนอุตสาหกรรมเฒ่าทารก ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์เสียใหม่ ทำให้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศมีราคาถูกลง เปิดให้จดทะเบียนรถแท็กซี่เสรี ทำลายการผูกขาดอุตสาหกรรมหลายประเภท ที่เคยเป็นแหล่งทำมาหากินของนักการเมือง หลายเรื่องที่ได้มีการแก้ไขมาในสมัยรัฐบาลคุณอานันท์ ยังส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน

แต่หลายๆ นโยบายก็เริ่มใช้ไม่ได้กับการเปลี่ยน แปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงของโลก ประเทศไทยมาถึงจุดที่จะต้องปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจ เพราะโครงสร้างที่ใช้มานานกว่า 20 ปี ที่อาศัยการลงทุนของต่างชาติ (เอฟดีไอ) ในยุคของคลื่นลูกที่สามเริ่มใช้ไม่ได้อีกต่อไป ขณะนี้เรามีคู่แข่งเกิดขึ้นรอบบ้าน การลงทุนของต่างชาติในคลื่นลูกที่สี่จะไปยังเวียดนามหรืออินโดนีเซีย เพราะประเทศเหล่านั้นมีแรงงานราคาถูกและให้สิทธิประโยชน์มากมายกว่า

นอกจากนี้ การค้าของโลกเริ่มปรับเปลี่ยนทิศทาง เริ่มเห็นเค้าลางว่ามีทิศทางโครงสร้างการผลิตของแต่ละประเทศเริ่มผลิตของที่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศตัวเองมากขึ้น ไม่เน้นการนำเข้า ฉะนั้นตลาดจะเริ่มหายไป ประเทศที่เน้นส่งออกจะลำบากขึ้น ซึ่งไทยเองก็พึ่งพาการส่งออกเป็นสัดส่วนที่สูงของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

ขณะนี้มาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อเงินบาทอ่อนค่าลงมาแล้ว ก็ยังส่งไม่ออก เราส่งออกมากเราก็นำเข้ามาก เพราะเราเป็นแค่โรงงานประกอบสินค้า วันหนึ่งที่เจ้าของโรงงานเขาย้ายฐานไปอยู่ที่อื่นเราก็ไม่เหลืออะไร

ส่วนสูตรสำเร็จในการบริหารเศรษฐกิจที่มักจะคิดกันว่า หากการส่งออกไม่ดีรัฐบาลก็จะหันมาเน้นการบริโภคในประเทศทดแทน ลดดอกเบี้ย กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ ทำโครงการประชานิยมหรือจะเรียกว่าประชารัฐก็แล้วแต่ ขณะนี้เริ่มใช้ไม่ได้แล้ว เพราะคนไทยบริโภคจนหนี้ครัวเรือนสูง ประเภทการซื้อเปลี่ยนไป จากที่ซื้อของบ่อยๆ ใช้ของสิ้นเปลืองก็หันมาซื้อสินค้าที่มีประโยชน์ ซื้อสินค้าน้อยชิ้นลง มีอายุการใช้งานนานขึ้น

โลกเปลี่ยนไปจนถึงขั้นลดดอกเบี้ยลงจนเหลือ 0% เศรษฐกิจก็ไม่ฟื้น ฉีดเงินเข้าไปในระบบมหาศาล ก็ไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นมาได้ง่ายๆ นักเศรษฐศาสตร์หลายท่านเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นกับดักเศรษฐกิจ

กับดักเศรษฐกิจที่ติดกันอยู่ทั้งโลกนี้ เป็นเรื่องที่อาจจะทำให้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบบเก่าล้าสมัยและใช้ไม่ได้อีกต่อไป การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอาจจะต้องคิดใหม่ทำใหม่เพื่อให้หลุดจากกับดักนี้ การประกาศปฏิรูปประเทศไทยตามนโยบายของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง แต่การปฏิบัติเพื่อให้นโยบายเป็นไปตามที่วางไว้ และผลออกมาเป็นอย่างไรยังต้องใช้เวลาพิสูจน์

ดิฉันเห็นความตั้งใจของท่านนายกฯ และก็พยายามติดตามฟังท่านบ่นทุกเรื่อง เมื่อทำงานแล้วผลออกมาไม่ได้ดังใจ จนบางครั้งรู้สึกท้อใจตามไปด้วยว่า เราไม่อาจทำให้ประเทศนี้ดีขึ้นได้ เพราะปัญหาที่เราซุกไว้มันเยอะมากและฝังลึกจนเกินเยียวยา

ปัญหาของประเทศในขณะนี้คือคุณภาพของคน สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องปฏิรูปเป็นสิ่งแรกควรเริ่มจากสิ่งที่อ่อนที่สุดในภูมิภาคคือการศึกษา ไทยถูกจัดอันดับว่ามีคุณภาพการศึกษาต่ำสุดในอาเซียน
เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรจะซีเรียสและรีบแก้ไขเพื่อให้คุณภาพคนเรามีทักษะสูงขึ้น ทั้งทางด้านภาษาและฝีมือแรงงาน สามารถรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สูงขึ้นได้

ต่อมาคือปัญหาสังคม ที่มีค่านิยมบูชาเงิน สามารถกระทำทุจริตได้โดยไม่มีความละอายและไม่คิดว่าเป็นความผิด มือใครยาวสาวได้สาวเอา โกงแล้วคืนไม่ผิด เป็นต้น คนให้ความสำคัญต่อเปลือกมากกว่าแก่น มีแต่การใช้ความรุนแรงปฏิบัติต่อกัน ปัญหาเหล่านี้สะสมมานานจนปะทุขึ้นมาในปัจจุบัน

การปรับโครงสร้างประเทศไม่ใช่งานง่าย ต้องใช้ความตั้งใจและกำลังใจอย่างสูงยิ่งที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ ที่กำลังพยายามทำอยู่นี่ก็เพื่อให้ประเทศไทยดำรงอยู่ หากไม่ทำอะไรเลยต่อไปในภายหน้าคนไทยจะลำบากมากกว่านี้อีก

หากเห็นความลำบากจะมาเยือนในอนาคตถ้าเราจะงอมืองอเท้าไม่ทำอะไรเลย ก็จงเตรียมรับผลกรรมในอนาคตข้างหน้ากันเถิด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท