
อเบอร์ดีนชี้ไทยยังน่าลงทุน
กองทุนดังมอง. ไทย มาเลเซีย อินโดฯ ยังน่าลงทุน สวนทางภาพรวมตลาดเกิดใหม่แม้เศรษฐกิจเริ่มฟื้น
กองทุนดังมอง. ไทย มาเลเซีย อินโดฯ ยังน่าลงทุน สวนทางภาพรวมตลาดเกิดใหม่แม้เศรษฐกิจเริ่มฟื้น
มาร์ติน กิลเบิร์ต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมตลาดทุนของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะไม่น่าลงทุนนัก แต่ตลาดที่ยังน่าลงทุนมากที่สุดในขณะนี้คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ทั้งในตลาดตราสารทุนและตลาดตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่น ขณะที่อินเดียก็เป็นหนึ่งในตลาดเกิดใหม่ที่น่าลงทุนแต่มีต้นทุนสูงกว่า
กิลเบิร์ต ระบุว่า ตลาดเกิดใหม่จะยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าลงทุนต่อไป เนื่องจากมีนักลงทุนเพียงจำนวนน้อยที่เข้าลงทุน แม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วมากกว่า 10% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาก็ตาม เนื่องจากการฟื้นตัวในตลาดทุนส่วนใหญ่มาจากการเก็งกำไรระยะสั้นของบรรดานักลงทุนที่ประเมินว่าตลาดจะปรับตัวลดลงหนักขึ้นในอนาคต และต้องเข้าซื้อหุ้นเพื่อรักษาระดับ
“การฟื้นตัวในตลาดเกิดใหม่เป็นการฟื้นตัวที่นักลงทุนไม่ค่อยจะชื่นชอบนัก โดยจะเห็นได้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่กล้าลงทุนเป็นเงินก้อนใหญ่” กิลเบิร์ต กล่าว
นอกจากนี้ กิลเบิร์ต ระบุว่า การฟื้นตัวในตลาดเกิดใหม่อาจจะช่วยกระตุ้นการลงทุนได้แต่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างช้า เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากนโยบายการเงินของสหรัฐและการขยายตัวที่ช้าในธุรกิจ โดยหากการขึ้นดอกเบี้ยในสหรัฐยังอยู่ในระดับค่อยเป็นค่อยไป ตลาดทุนเหล่านี้ก็ยังน่าสนใจลงทุนอยู่ เนื่องจากมีค่าเงินที่อ่อนมาก
ทั้งนี้ ข้อมูลการจ้างงานในสหรัฐที่ออกมาเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา สะท้อนการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบมากกว่า 5 ปี ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป
กิลเบิร์ต ระบุเพิ่มเติมว่า ตลาดทุนโลกยังอ่อนไหวอยู่ และที่อันตรายที่สุดคือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังถูกประเมินความเสี่ยงต่ำไป นอกจากนี้ภาวะราคาน้ำมันตกต่ำเมื่อปีที่แล้วยังฉุดให้กองทุนความมั่นคงของประเทศในตลาดเกิดใหม่ลดลงอย่างหนัก โดยกองทุนความมั่งคั่งที่อยู่ภายใต้การจัดการของอเบอร์ดีนลดลงจากที่มีอยู่ 10% เหลือเพียง 3%







