
เปิดเกณฑ์เว้นภาษีที่ดินฯ
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ...ไม่ใช่การจัดเก็บภาษีใหม่ เพราะหลังจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ก็จะยกเลิก พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พ.ร.บ.กำหนดราคาปานกลางของที่ดินสำหรับการประเมินภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2529 ซึ่งบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯจะให้มีผลบังคับในวันที่ 1 ม.ค. 2560
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ...ไม่ใช่การจัดเก็บภาษีใหม่ เพราะหลังจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ก็จะยกเลิก พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พ.ร.บ.กำหนดราคาปานกลางของที่ดินสำหรับการประเมินภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2529 ซึ่งบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯจะให้มีผลบังคับในวันที่ 1 ม.ค. 2560
“หลักการที่เราทำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ จะไม่ให้คนที่รายได้น้อยหรือปานกลางต้องเสียประโยชน์และพยายามทำให้ผู้ที่เสียภาษีอยู่แล้วเสียภาษีใกล้เคียงเดิม แต่ก็หวังว่าด้วยกระบวนการและมาตรการของภาครัฐที่มีความชัดเจนจะทำให้ฐานภาษีขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย” อภิศักดิ์ กล่าว
อภิศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงการเปลี่ยนผ่านก่อนที่ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะมีผลบังคับใช้ ภาครัฐจะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบให้แก่ผู้ที่จะถูกจัดเก็บภาษี คือ เจ้าของบ้านพักอาศัยหลักที่ได้มาจากการรับมรดก หากได้รับกรรมสิทธิ์บ้านหลังดังกล่าวมาจากการรับมรดกก่อนที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะมีการบรรเทาภาระภาษีให้ โดยการลดภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 50% ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย ส่วนที่ดินที่อยู่ระหว่างการปลูกสร้างบ้านที่เจ้าของใช้เป็นบ้านของตนเอง จะให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีเป็นเวลา 1 ปี
สำหรับผู้ประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ในกรณีที่ดินดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อจัดทำเป็นโครงการที่พักอาศัยเพื่อขาย นิติบุคคลที่ประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์เป็นเจ้าของให้จัดเก็บภาษีในอัตรา 0.05% ของฐานภาษี เป็นเวลา 3 ปี นับตั้งแต่เจ้าของที่ดินได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน
ส่วนกรณีสถาบันการเงินที่มีอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการชำระหนี้ และกิจการสาธารณะนั้น กรณีที่เป็นอสังหาริมทรัพย์รอการขาย (NPA) ที่ได้มาจากการชำระหนี้ของสถาบันการเงินให้จัดเก็บภาษีในอัตรา 0.05% ของฐานภาษี เป็นระยะเวลา 5 ปี ส่วนกิจการสาธารณะ เช่น โรงพยาบาล และโรงเรียนจะได้ลดภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่เกิน 75% ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย
อภิศักดิ์ ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้ยังให้อำนาจผู้บริหารท้องถิ่นสามารถขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อลดหรือยกเว้นภาษีให้กับเจ้าของอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนได้ เช่น เกิดภัยพิบัติ หรืออาคาร บ้านเรือนเกิดเสียหายหรือถูกทำลาย
นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.ยังได้กำหนดบทเฉพาะกาลให้กฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน กฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ และกฎหมายว่าด้วยการกำหนดราคาปานกลางของที่ดินสำหรับการประเมินภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งถูกยกเลิกโดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะให้มีผลใช้บังคับต่อไป สำหรับการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ที่ต้องเสียหรือพึงชำระหรือที่ค้างอยู่หรือที่ต้องคืนก่อนที่จะเริ่มมีการบังคับใช้การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว
“เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำการเก็บภาษีแบบ Progressive (อัตราก้าวหน้า) จะทำให้ผู้ที่มีทรัพย์สินสูงเสียภาษีมากขึ้นผู้มีน้อยก็ไม่ได้รับผลกระทบและได้ดูแลเซ็กเตอร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญนั่นคือภาคเกษตร ลดการใช้ดุลพินิจในการจัดเก็บภาษี เพิ่มรายได้ให้กับท้องถิ่น โดยคาดว่าท้องถิ่นจะสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 6.4 หมื่นล้านบาท หรือขึ้นเป็น 2 เท่าจากปัจจุบันที่เก็บได้ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งท้องถิ่นก็สามารถนำเงินนี้ไปพัฒนาในพื้นที่ต่อไป โดยรายได้ที่ได้จากการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่จะเป็นรายได้จากที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรม 6 หมื่นล้านบาท จากที่อยู่อาศัยที่มูลค่าเกิน 50 ล้านบาท 4,000 ล้านบาท และที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 50 ล้านบาท” อภิศักดิ์ กล่าว
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่า ได้มีการหารือกับกลุ่มผู้มีรายได้สูงบางส่วนซึ่งทั้งหมดแสดงความจริงใจว่าพร้อมจะสนับสนุนประเทศ แม้ว่าจะถูกจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นก็พร้อมสนับสนุน
ขณะที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่า หากกฎหมายฉบับนี้สามารถออกมาบังคับใช้ได้จะถือเป็นความกล้าหาญของรัฐบาล ถ้าคลอดออกไปได้ถือเป็นความกล้าหาญของรัฐบาลและสามารถเล่าให้คนฟังได้ว่าขยายฐานภาษีแต่ผู้มีรายได้น้อยและประชาชนที่มีรายได้ปานกลางไม่ได้รับความเดือดร้อนและมีการเก็บเป็นสเต็ปไปและจุดมุ่งหมายสำคัญต้องการให้คนใช้ประโยชน์ในที่ดินให้คุ้มค่าไม่ปล่อยให้เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า
“รองนายกฯ สมคิด ให้ความมั่นใจกับที่ประชุม ครม.ว่า เราทำสิ่งที่ถูกต้องตามครรลอง และเป็นสิ่งที่รัฐบาลที่มาจากพรรคการเมือง ซึ่งต้องการเสียงสนับสนุนอาจไม่กล้าทำ แต่เราทำแล้ว และทำในสิ่งที่สามารถขยายฐานภาษีได้ โดยที่ประชาชนรายได้น้อยและปานกลางไม่ได้รับกระทบ” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
ด้าน จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมได้ขอรับจัดสรรงบประมาณ 800 ล้านบาท จากสำนักงบประมาณ เพื่อทำการประเมินราคาที่ดินรายแปลงให้ครบทั่วประเทศ 30 ล้านแปลง ภายในปี 2560 จากปัจจุบันประเมินราคาที่ดินรายแปลงไปแล้ว 13.4 ล้านแปลง
ทั้งนี้ ในส่วนการประเมินราคาบ้านและที่อยู่อาศัยจะมีราคาประเมิน 5 แบบ คือ บ้านเดี่ยว บ้านทาวน์เฮาส์ ห้องแถว อาคารพาณิชย์ และรูปแบบอาคารอื่นๆ โดยแต่ละแบบจะคิดราคาประเมินเป็นตารางเมตรของพื้นที่ใช้สอยไม่คิดการตบแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้เกิดความง่ายในการทำราคาประเมิน







