
ศิษย์ธรรมกายยัน "หลวงพ่อ" เคารพกม.-ไม่เคยพาดพิงพระภิกษุ2รูป
โฆษกศิษย์ธรรมกายแถลงโต้พระพยอม ยืนยันพระธัมมชโยเคารพกฎหมาย ไม่เคยพาดพิงพระภิกษุปฏิบัติดีปฏิบัติชอบพร้อมขอความเป็นธรรมถูกกล่าวหาเป็นรัฐอิสระ
โฆษกศิษย์ธรรมกายแถลงโต้พระพยอม ยืนยันพระธัมมชโยเคารพกฎหมาย ไม่เคยพาดพิงพระภิกษุปฏิบัติดีปฏิบัติชอบพร้อมขอความเป็นธรรมถูกกล่าวหาเป็นรัฐอิสระ
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้แถลงถึงกรณีที่ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วได้ให้สัมภาษณ์กับโพสต์ทูเดย์ โดยระบุว่า เนื้อหาที่พระพยอมให้สัมภาษณ์ ซึ่งอาจจะไม่ตรงไปตามความเป็นจริงทั้งหมดก็เป็นได้นั้น ทางคณะศิษย์ฯ มิได้มีเจตนาที่กระทำการหักล้างโดยไม่เคารพต่อพระพยอมในฐานะพระภิกษุรูปหนึ่งแต่ประการใด แต่ที่กระทำไปเพื่อหวังประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาโดยรวมทั้งสิ้น เพราะการที่พระพยอมได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ คณะศิษย์เกรงว่า ท่านอาจจะได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ซึ่งจะทำให้ผู้รับข่าวสารเกิดความเข้าใจผิด สร้างความเสื่อมเสียให้กับพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งข้อมูลบางส่วน ได้ไปพาดพิงถึงพระภิกษุผู้ปฏิบัติปฏิบัติชอบ เป็นบุคคลที่ชาวพุทธต่างให้ความเคารพบูชา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย อาจทำให้คณะศิษย์ฯ ของครูบาอาจารย์รูปอื่นๆ เกิดความเข้าใจผิด นำไปสู่ความแตกแยกของหมู่มวลชาวพุทธ
ทั้งนี้ขอชี้แจงแต่ละประเด็นในบทสัมภาษณ์ดังนี้
เนื้อหาส่วนแรก กล่าวถึงวัดพระธรรมกายว่า มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง การกระทำของคณะศิษย์ฯ เป็นเพียงการรักษาหน้าตาและผลประโยชน์ ทางคณะศิษย์ ขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า นี่เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพราะวัดพระธรรมกายได้ประกาศเจตนารมณ์ของทางวัดอย่างชัดเจนว่า ไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมือง แม้ผู้ที่มาปฏิบัติธรรม จะมีบทบาทผู้นำทางการเมือง หรือผู้สนใจการเมืองฝ่ายไหนมาก่อนก็ตาม เมื่อมาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกายก็สามารถปฏิบัติธรรมรวมกันได้ตามหลัก สงบ สันติ อหิงสา โดยไม่มีการแบ่งสีแบ่งฝ่ายทางการเมืองที่วัดพระธรรมกาย
เนื้อหาต่อมากล่าวถึงเรื่องการดำเนินการเข้าจับกุมที่มีการเจรจาต่อรองหรือข้อแลกเปลี่ยนนั้น ทางคณะศิษย์ ขอเรียนชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง พระธัมมชโยให้ความเคารพกฎหมาย และพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย เพียงแต่ในเวลานี้ ยังคงอาพาธ และพักรักษาตัวอยู่ในวัดพระธรรมกาย ไม่ได้มีการต่อรองข้อแลกเปลี่ยนใดๆ
เนื้อหาในส่วนถัดมา ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญยิ่ง เพราะ พระพยอมได้กล่าวว่า พระธัมมชโย พูดถึง พระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสองรูปที่มรณภาพไปแล้ว ว่าไปอยู่ในภพภูมิที่ไม่สมควร ซึ่งเนื้อหาในส่วนนี้ ทางคณะศิษย์ ขอเรียนชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย พระธัมมชโย ไม่เคยกล่าวถึงพระภิกษุ ทั้งสองรูปนี้เช่นนี้เลย ไม่ว่าที่ไหนเวลาใดก็ตาม คำกล่าวเช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อความศรัทธา และเกิดความแตกแยกของชาวพุทธเป็นอย่างยิ่ง
เนื้อหาในส่วนสุดท้าย ที่พระพยอม ให้สัมภาษณ์พาดพิงคณะศิษย์ฯ ว่ากำลังปกป้องพระศาสนา หรือ กำลังรักษาหน้าตา ทางคณะศิษย์ ขอยืนยันอีกครั้งด้วยความเคารพว่า ทางคณะศิษย์ ได้กระทำการทุกสิ่งอย่างนั้น เพื่อเป็นการรักษาความจริง ซึ่งเป็นหลักสำคัญของพระพุทธศาสนา ที่จะป้องกันไม่ให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย อีกทั้งป้องกันไม่ให้เกิดความแตกแยกในหมู่ชาวพุทธต่อผู้ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จนี้ ทั้งนี้ ด้วยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และความศรัทธาโดยรวมของชาวพุทธหมู่มาก
นอกจากนี้กรณีที่สื่อมวลชนฉบับหนึ่ง พยายามสร้างข่าวว่า “วัดพระธรรมกายเป็นรัฐอิสระ” เป็นรัฐซ้อนรัฐ ที่ไม่มีใครแตะต้องได้นั้น คณะศิษยานุศิษย์ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ประการแรก การก่อตั้งวัดขึ้นในประเทศไทยนั้น ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2535 มาตราที่ 31 นั้น วัดจะเป็นวัดที่สมบูรณ์ได้ จะต้องได้รับการพระราชทานวิสุงคามสี
ประการที่สอง “วัดพระธรรมกาย” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2522 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 96 ตอนที่ 15 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522
ประการที่สาม วัดในประเทศไทยมีทั้งหมด 33,902 วัด ทุกวัดเป็นวัดที่สมบูรณ์ได้ เพราะได้รับพระราชทานวิสุงคามสีทั้งสิ้น
ดังนั้น จากเหตุผลทั้งสามประการนี้ “วัดพระธรรมกาย” จึงเป็นวัดที่สร้างขึ้นอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับ 2535 ซึ่งเป็นกฎหมายสงฆ์ที่ประกาศใช้อยู่ในราชอาณาจักรไทยทุกประการ
คำกล่าวหาว่าวัดพระธรรมกายว่าเป็น “รัฐอิสระ” เป็น “รัฐซ้อนรัฐ” นั้น จึงเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไร้หลักฐาน อันอาจทำให้เกิดความหวาดระแวงและเข้าใจผิด จนนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้าย ถึงขั้นยกเลิกคำสั่ง ห้ามใช้มาตรการรุนแรง และอนุมัติให้ใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชนที่ประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่ภายในวัดอย่างสงบ สันติ อหิงสา และปราศจากอาวุธ
คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย จึงมีความเห็นว่าการสร้างข่าวใส่ร้ายว่า “วัดพระธรรมกาย เป็นรัฐอิสระ”นั้น อาจมีเจตนาเพื่อจะให้รัฐบาลและประชาชนเข้าใจผิดว่าประชาชนที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย เป็นผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน เป็นกบฏอาญาแผ่นดิน ถือว่าเป็นการใส่ร้ายอย่างรุนแรง ถือเป็นการผิดจริยธรรม ของความเป็นสื่อมวลชนหรือไม่? เป็นการกระทำที่ขาดมนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิงหรือไม่? หรือมีวัตถุประสงค์ถึงขั้น กุข่าวยุยงปลุกปั่นใส่ร้าย หวังให้รัฐบาลอนุมัติคำสั่งปราบปรามประชาชนผู้บริสุทธิ์หรือไม่?
คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย จึงใคร่ขอวิงวอนคณะรัฐบาลโปรดให้ความเป็นธรรมและให้การคุ้มครองพระภิกษุ สามเณร ประชาชนอีกนับหมื่นนับแสนชีวิต จากการอาจถูกกล่าวหาให้ตกอยู่ในฐานะ “ผู้ร้ายแบ่งแยกดินแดน” อย่างไม่เป็นธรรมจากการกระทำของสื่อมวลชนบางสำนักในครั้งนี้จะด้วยจงใจไม่จงใจในครั้งนี้ด้วย
อ่านบทสัมภาษณ์พระพยอมได้ที่ http://www.posttoday.com/analysis/interview/435698







