
ติดกับดัก
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
เพื่อนของผมคนหนึ่งแกบ่นดังๆ ให้ผมฟังว่า แปลกใจมากที่ในขณะที่ประเทศไทยกำลังมีปัญหาด้านการส่งออก และการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดโลก เพื่อให้เศรษฐกิจ
ฟื้นตัวพ้นจากความเป็นประเทศที่ตกกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง แต่ทำไมยังมีการคัดค้านการที่ประเทศจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกหรือ TPP ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่งอย่างเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน เข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้ว และอินโดนีเซียกับฟิลิปปินส์ก็ประกาศจะเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ
เหตุผลที่เขาบ่นให้ผมฟังเพราะเขาเป็นห่วงว่า ถ้าไทยไม่เข้าร่วมกลุ่มกับคนอื่นไทยจะอยู่นอกห่วงโซ่การผลิตของโลก เพราะนักลงทุนก็จะย้ายฐานการผลิตจากไทยไปประเทศอื่นที่เป็นสมาชิก โดยเฉพาะเวียดนามและมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันได้เปรียบไทยอยู่แล้วเพราะมีสนธิสัญญาด้านภาษีอากรโดยตรงกับสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนในที่นี้ไม่ใช่นักลงทุนต่างชาติเท่านั้น แต่รวมถึงนักลงทุนไทยที่จำเป็นต้องย้ายหรือขยายฐานการผลิตไปที่ประเทศอื่น เพื่อไม่ให้เสียเปรียบคู่แข่งขันที่สามารถใช้ประโยชน์จากการเป็นสมาชิก TPP ส่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีจัดตั้งการรวมกลุ่ม และแน่นอนว่าจะต้องออกมาตรการกีดกันการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ไม่ได้รวมกลุ่มที่เขาจัดตั้งขึ้นนอกเหนือจากการลดภาษีนำเข้าให้ประเทศที่อยู่ในกลุ่ม
ผมก็ย้อนเขาไปว่า ความจริงผมคิดว่าปัญหาที่มีการคัดค้านการเข้าร่วม TPP ของไทยนั้นไม่ใช่ปัญหาเศรษฐกิจโดยเฉพาะการส่งออกและการลงทุน แต่เกิดจากปัญหาอื่นๆ ด้วยเพราะข้อตกลง TPP ครอบคลุมการเปิดเสรีหลายด้าน ทั้งด้านการค้า การบริการ การลงทุน การคมนาคม และที่สำคัญที่ทำให้มีการคัดค้านกันคือการเปิดเสรีด้านการเกษตร และภาคการค้าสินค้าเกษตรและที่ยังไม่ชัดเจน คือผลกระทบจากการปกป้องสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้าบางประเภทที่มีต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วไปและการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ เช่น พันธ์ุพืช และเมล็ดพันธุ์ที่อาจจะมีการนำพันธุ์ไปจดทะเบียนสิทธิหรือปรับปรุงพันธุ์ใหม่
เขาบอกผมว่า ความจริงทางราชการเคยให้ TDRI ศึกษาว่าถ้ามีการเปิดเสรีตลาดยาในประเทศแล้ว ราคายาในตลาดจะถูกลงเพราะผลจากการแข่งขัน ส่วนเรื่องพันธุ์พืชนั้น ความจริงประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมพันธุ์พืชที่ต่างชาติจะเอาไปจดสิทธิบัตรไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้านำไปปรับปรุงพันธุ์ก็ต้องแบ่งผลประโยชน์เข้ากองทุนพันธุ์พืชของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อใช้ในการพัฒนาพันธุ์พืชของไทยต่อไป และเกษตรกรไทยก็สามารถพัฒนาพันธุ์พืชได้ไม่แพ้ชาติอื่นอยู่แล้ว เช่นการพัฒนาพันธุ์กล้วยไม้ เป็นต้น
นอกจากนั้น การเปิดเสรีตลาดเมล็ดพันธุ์พืช น่าจะทำให้ราคาเมล็ดพันธุ์ถูกลงเพราะธุรกิจนี้ปัจจุบันถูกผูกขาดอยู่โดยบริษัทใหญ่ๆ ไม่กี่บริษัทในประเทศ
ทั้งนี้ มีประเด็นที่ว่า ตามข้อตกลงนี้ นักลงทุนในประเทศสมาชิกสามารถฟ้องร้องรัฐบาลของประเทศสมาชิกได้ผ่านอนุญาโตตุลาการซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการล่วงละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศ
สำหรับประเด็นนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะในประเทศไทย แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาเองมีผู้คัดค้านสิทธิที่ให้นักลงทุนชาติอื่นฟ้องร้องรัฐบาลโดยไม่ผ่านศาลยุติธรรม เพราะเกรงว่าจะกระทบถึงนโยบายสาธารณะของรัฐบาล เช่น การควบคุมการจำหน่ายบุหรี่หรือสุรา จึงทำให้เกิดข้อยกเว้นในข้อตกลง TPP ให้อิสระต่อรัฐบาลในการออกนโยบายสาธารณะได้โดยนักลงทุนไม่สามารถยกขึ้นมาฟ้องร้อง และความจริงรัฐบาลไทยได้ทำข้อตกลงกับอาเซียน ออสเตรเลีย สหรัฐ ชิลี ญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ โดยมีข้อตกลงให้นักลงทุนฟ้องรัฐบาลที่กระทำการละเมิดสิทธิของ
เขาได้อยู่แล้ว
ทั้งหลายทั้งปวงที่ว่านั้น ผมคิดว่ารัฐบาลทราบปัญหาและเป็นการดีที่ได้มีการเปิดรับฟังความเห็นของหน่วยงานภาคเอกชนเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ยังต้องการให้รัฐบาลสร้างความชัดเจนในประเด็นต่างๆ ก่อนตัดสินใจเข้าร่วม TPP
ความจริงที่อยากเสริมคือปัญหาหลายอย่าง เช่น ปัญหาการประมง การใช้แรงงานผิดกฎหมาย การใช้เวลาพิจารณาออกใบอนุญาตหรือให้สิทธิบัตรของไทยใช้เวลานานจนมีการเจรจาขอขยายสิทธิประโยชน์ของนักลงทุนออกไป รวมทั้งการผูกขาดการค้านั้นไม่ว่าไทยจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมก็ควรได้รับการแก้ไขเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศให้ก้าวพ้นกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง
แต่การเข้าร่วมจะทำให้เกิดพันธกรณีผูกพันให้มีการดำเนินการอย่างจริงจังไม่เป็นไฟลามทุ่งแบบไทยๆ
ตัวอย่างเช่น การพัฒนาสถาบันการเงินและระบบการเงินหลังวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ทำให้สถาบันการเงินและระบบการเงินของไทยแข็งแกร่งสามารถรับปัญหาความผันผวนที่เกิดจากเศรษฐกิจโลกได้จนถึงทุกวันนี้
ที่สำคัญคือเรื่องนี้ได้ถูกปล่อยให้ยืดเยื้อมานานหลายปี จนมาถึงจุดที่จะต้องทำความชัดเจนให้เกิดขึ้นว่าไทยจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกหรือไม่ เพราะนักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนไทยเองจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนที่ประเทศไทยเพื่อรักษาตลาดในอเมริกาเหนือ และสมาชิกประเทศอื่นของ TPP
มิฉะนั้นเราคงติดกับดักเดินหน้าไม่ได้ถอยหลังก็ไม่ได้ ต่อไปอีกนาน น่าเป็นห่วงนะครับ







