posttoday
เอกสารลับปานามา

เอกสารลับปานามา

07 มิถุนายน 2559

โดย...ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

โดย...ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

เอกสารลับปานามาซึ่งเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกเนื่องจากมีชื่อเกี่ยวข้องกับนักการเมืองในตำแหน่งจนหลายคนต้องลาออกนั้น ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ เช่น รัฐมนตรีคลังในยุโรปจับมือจะแลกข้อมูลเกี่ยวกับชื่อเจ้าของแท้จริงของบริษัทประเภทนี้ให้แก่กัน มีข้อเรียกร้องให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลางที่จะเปิดให้ทางราชการและสื่อมวลชนสามารถขอดูได้ หรือให้บุคคลในวิชาชีพที่ให้บริการเกี่ยวกับเรื่องนี้จะต้องทำการตรวจสอบเบื้องต้นมากขึ้น และให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ มากขึ้น ครอบคลุมสำนักกฎหมายและสำนักงานบัญชี เป็นต้น

แต่กรณีประเทศไทย ปรากฏว่าข่าวนี้แผ่วไปเสียแล้ว เพราะถึงแม้จะมีชื่อบุคคลในไทยหลายคน แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยมิได้แสดงข้อกังวลห่วงใยเรื่องนี้มากนัก สื่อมวลชนของไทยจึงให้ความสำคัญน้อย

ถึงแม้จะมีส่วนราชการไทยประสานเสียงยืนยันอย่างขันแข็งเมื่อข่าวนี้ปรากฏขึ้น ว่าจะตรวจสอบการเลี่ยงภาษีและการฟอกเงินอย่างเต็มที่ก็ตาม แต่ผมบอกล่วงหน้าได้เลยว่า ทางการไทยจะไม่สามารถเรียกข้อมูลได้มากนัก เพราะศูนย์การเงินจะไม่ให้ความร่วมมือจริงจัง เว้นแต่ทางการไทยมีหลักฐานที่บ่งชี้ความผิดให้ได้เสียก่อน

เหตุผลใดรัฐบาลไทยจึงควรจะให้ความสนใจจริงจังเรื่องการใช้ศูนย์การเงิน

ถึงแม้การใช้ศูนย์การเงินที่เป็นทางค้าปกตินั้นมีอยู่บ้างก็ตาม เช่น (ก) ตัวอย่างการจัดตั้งบริษัทลูกที่มีความเสี่ยงเพื่อป้องกันการถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายว่าเป็นสารก่อมะเร็งกรณีอุตสาหกรรมใยหิน (Asbestos) แยกต่างหากในศูนย์การเงิน (ข) การจัดตั้งบริษัทเพื่อร่วมทุนกับหุ้นส่วนต่างประเทศ (ค) การจัดตั้งกองทุนรวมขนาดใหญ่เพื่อขายหน่วยลงทุนทั่วโลก และ (ง) การจัดตั้งบริษัทเพื่อบริหารรายได้ที่เกิดในต่างประเทศ หรือเพื่อถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินในต่างประเทศ

แต่การใช้ศูนย์การเงินที่ไม่เป็นทางค้าปกติและไม่ถูกต้องนั้น ขณะนี้มีอยู่มาก ได้แก่

(ก) การเลี่ยงภาษี เพื่อบริหารรายได้ที่ไม่ได้เกิดในต่างประเทศจริง แต่เป็นการเอารายได้ภายในประเทศออกไปหลบซ่อนไว้ในศูนย์การเงิน เช่น เก็บกำไรจากการส่งออกสินค้าไทยส่วนหนึ่งไว้นอกประเทศ หรือโอนกำไรจากประเทศไทยออกไปต่างประเทศเพื่อเสียภาษีน้อยลง

(ข) การฟอกเงิน เพื่อใช้ในการค้ายาเสพติด การค้าอาวุธ การก่อการร้าย การรับเงินสินบนใต้โต๊ะ หรือการจ่ายเงินสินบนใต้โต๊ะ หรือกรณีที่เชื้อเชิญนักการเมืองเข้ามาร่วมถือหุ้นหาประโยชน์

ผมเห็นว่ากรณีคนไทยใช้บริษัทศูนย์การเงินที่เป็นทางค้าปกตินั้นมีน้อย เพราะธุรกิจไทยยังไม่มีความเสี่ยงระดับโลกเกี่ยวกับการฟ้องคดี และกองทุนรวมของไทยก็ขายเฉพาะคนไทยภายในประเทศไทย นอกจากนี้คนไทยที่มีรายได้ที่เกิดในต่างประเทศจริงๆ นั้นมีน้อยราย ดังนั้นกรณีคนไทยที่ใช้ศูนย์การเงิน ส่วนใหญ่จึงไม่ใช่เป็นทางการค้าปกติ จะยกเว้นก็เฉพาะการร่วมทุนกับต่างประเทศ และการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศเท่านั้น

ทางการไทยจึงควรจะต้องตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน สำหรับกรณีคนไทยที่ใช้บริษัทศูนย์การเงินที่ไม่จำเป็น เช่น เพื่อการร่วมทุนระหว่างคนไทยกันเอง หรือเพื่อถือกรรมสิทธิ์ในธุรกิจที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือเพื่อถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากในกรณีถ้าหากเป็นทางการค้าปกติ ผู้ที่เกี่ยวข้องจะสามารถใช้โครงสร้างบริษัทในไทยได้อย่างสะดวกอยู่แล้ว ดังนั้นการพลิกแพลงไปใช้ศูนย์การเงิน จึงย่อมมีผลประโยชน์ที่มิชอบแอบแฝงอยู่

เนื่องจากจุดขายของศูนย์การเงินก็คือ ศูนย์การเงินจะช่วยรักษาความลับให้แก่ลูกค้า และถึงแม้บริษัทในศูนย์การเงินจะเปิดบัญชีแบงก์ในประเทศอื่นทั่วไป เช่น ฮ่องกง สิงค์โปร แต่ทางการไทยไม่มีอำนาจที่จะเรียกดูข้อมูล ดังนั้นกิจกรรมในศูนย์การเงินจึงเป็นหลุมดำทางข้อมูล ซึ่งนับวันมีแต่จะใหญ่ขึ้น เพราะในอนาคตไทยมีแต่จะค้าขายข้ามพรมแดนมากขึ้น

ถ้าหากทางการไทยไม่ปรับปรุงวิธีกำกับติดตาม การที่คนไทยใช้ช่องทางนี้เพื่อธุรกิจไม่ปกติมีแต่จะมากขึ้น ซึ่งการเลี่ยงภาษีจะนำไปสู่ปัญหาด้านการเงินการคลังในอนาคต และการฟอกเงินที่ผิดกฎหมายผ่านช่องทางนี้ ก็จะก่อปัญหาด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และจริยธรรมแก่ประเทศไทยด้วย

ประเทศไทยจึงควรปรับปรุงวิธีกำกับติดตามบริษัทในศูนย์การเงิน ดังนี้

ต้องป้องกันการเลี่ยงภาษี โดยยกเลิกกติกาที่ยังไม่เก็บภาษีรายได้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ จนกว่าจะมีการนำรายได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย ควรเปลี่ยนเป็นเก็บภาษีจากรายได้ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ต้องเปิดไฟส่องหลุมดำของข้อมูล คือ

(ก) สำหรับผู้ที่อยู่ในข่ายต้องยื่นทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.อยู่แล้ว ถ้ามีหุ้นในบริษัทศูนย์การเงิน ควรบังคับให้ยื่นข้อมูลทุกปี เกี่ยวกับการรับเงินและการจ่ายเงินของบริษัท

(ข) สำหรับคนไทยทุกคน ควรออกกฎหมายคล้ายกับ Foreign Account Tax Compliance Act ของสหรัฐ เพื่อบังคับให้คนที่มีบัญชีแบงก์ในต่างประเทศจะต้องยื่นข้อมูลทุกปีไปที่ศูนย์การปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินในไทยที่จะจัดตั้งขึ้น

(ค) บังคับเปิดเผยข้อมูลในการซื้อขายหลักทรัพย์ ควรกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ที่รับคำสั่งซื้อหุ้นจากสถาบันการเงินในต่างประเทศ จะต้องทำสัญญาให้สถาบันการเงินต่างประเทศพร้อมให้ข้อมูลแก่ทางการไทย เพื่อแก้ปัญหาการปิดบังชื่อผ่านบริษัทนอมินีในต่างประเทศ

แต่เนื่องจากมาตรการเหล่านี้จะทำให้ผู้ค้าขายปกติที่สุจริตมีความคล่องตัวน้อยลงกว่าเดิม ดังนั้นการตัดสินใจจะนำมาตรการเหล่านี้มาใช้ ควรจะจัดลำดับก่อนหลัง และให้เวลาเอกชนในการปรับตัว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน