posttoday
คิดให้รอบคอบ

คิดให้รอบคอบ

07 มิถุนายน 2559

หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ... ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเมื่อปลายเดือน เม.ย. แต่ ครม.ตีกลับเรื่องมาให้กระทรวงการคลังจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมหรือออกเป็นกฎหมายใหม่มาให้พิจารณารวมเป็นแพ็กเกจเดียว เนื่องจากต้องการให้การออกกฎหมายสามารถทำแบบม้วนเดียวจบ ไม่เช่นนั้นเสนอกฎหมายแม่ไปก็ต้องไปทำกฎหมายลูกมาเสนอ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ... ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเมื่อปลายเดือน เม.ย. แต่ ครม.ตีกลับเรื่องมาให้กระทรวงการคลังจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมหรือออกเป็นกฎหมายใหม่มาให้พิจารณารวมเป็นแพ็กเกจเดียว เนื่องจากต้องการให้การออกกฎหมายสามารถทำแบบม้วนเดียวจบ ไม่เช่นนั้นเสนอกฎหมายแม่ไปก็ต้องไปทำกฎหมายลูกมาเสนอ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะต้องเสียภาษีและยกเว้นภาษีก็จะต้องระบุให้ชัดเจน เนื่องจากรัฐบาลจะนำกฎหมายนี้มาใช้แทนภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน รายได้ของ อปท.ที่ได้รับมาจากสองส่วน คือ ส่วนที่ อปท.จัดเก็บเอง เช่น ค่าธรรมเนียมเก็บขยะ ค่าตรวจแบบแปลนตามกฎหมายควบคุมอาคาร ฯลฯ และได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล

ภาษีที่รัฐบาลต้องเก็บมาให้ อปท. คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ปัจจุบันนี้เก็บในอัตรา 7% เป็นการเก็บโดยอำนาจของรัฐตามประมวลรัษฎากร 6.3% และส่งให้ท้องถิ่น 0.7% ภาษีธุรกิจเฉพาะเก็บให้ อปท. 0.3% ตามแหล่งที่เกิดของภาษี ภาษีสรรพสามิตและภาษีสุราเก็บอัตรา 66% เป็นการเก็บให้ท้องถิ่น 6% เป็นต้น

รัฐบาลคาดหวังว่าเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะลดเงินภาษีอื่นที่เก็บให้ อปท.ลง ภาษีนี้นอกจากจะสร้างรายได้ให้แก่ทั้งรัฐและท้องถิ่นแล้ว ยังมีประโยชน์ที่จะบีบให้เจ้าของทรัพย์ต้องหาทางใช้ประโยชน์ที่ดินหรือกระจายการถือครองทรัพย์สินออกไป ไม่ใช่ถือไว้เฉยๆ โดยไม่ทำประโยชน์หรือรอเก็งกำไร

แต่มูลค่าบ้านอยู่อาศัยที่จะต้องเสียภาษีนั้นยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในเชิงนโยบาย ทางรัฐบาลเองก็ไม่ต้องการให้เป็นภาระแก่ประชาชนมากจนเกินไปจึงได้จะเสนอให้งดเก็บภาษีบ้านอยู่อาศัยที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนราคาที่เกินก็จะเสียภาษีเป็นขั้นบันได และจะเก็บภาษีบ้านหลังที่สองตั้งแต่บาทแรก แต่ก็มีการเห็นต่างในเรื่องของมูลค่าบ้านอยู่อาศัยว่ามูลค่าที่งดเก็บภาษีสูงเกินไป เพราะคนที่จะมีบ้านอยู่อาศัยราคา 50 ล้านบาทขึ้นไปที่จะต้องเสียภาษีเป็นคนร่ำรวย จะทำให้ อปท.เก็บภาษีได้ไม่มากพอที่จะนำมาพัฒนาท้องถิ่นและอาจจะต้องขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาลต่อไป

นอกจากนี้ อาจจะไม่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนและคนรวย เพราะทั้งสองกลุ่มต่างก็ไม่เสียภาษีเหมือนกัน ทั้งที่รายได้และความเป็นอยู่แตกต่างกันมาก

แต่ในอีกมุมหนึ่งคือ การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของไทยมีการกระจุกตัวในกลุ่มคนรวยถือครองที่ดินเป็นจำนวนมาก ในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีที่ดินหรือมีบ้านเป็นของตัวเอง ทำให้ภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่มีไม่เพียงพอที่จะสร้างรายได้ให้แก่ อปท. แต่หากเปลี่ยนเป็นภาษีใหม่ จะแก้ไขปัญหาการกระจุกตัวของทรัพย์สินได้ดีกว่า

โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายนี้ก็ไม่ได้คิดจะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ดังนั้นการสร้างภาระเพิ่มให้กับประชาชนรัฐบาลจะต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสภาพรายได้และภาวะเศรษฐกิจของประเทศด้วย หากภาษีนี้ทำเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำหรือให้เศรษฐีที่ดินปล่อยที่ดินออกมาก็ต้องกำหนดอัตราภาษีให้สอดคล้องกับความเป็นจริง สามารถเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าให้เสียของเหมือนภาษีมรดกที่ออกมาแล้วก็เก็บภาษีแทบจะไม่ได้เลย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ