
รมว.แรงงานชู "โอกาส 3 ประการ" ขจัดความยากจนบนเวทีโลก
รมว.แรงงานกล่าวปราศรัยในที่ประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศชูโอกาส 3 ประการ ขจัดความยากจน สร้างสังคมเท่าเทียมเป็นธรรม
รมว.แรงงานกล่าวปราศรัยในที่ประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศชูโอกาส 3 ประการ ขจัดความยากจน สร้างสังคมเท่าเทียมเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 105 ณ สำนักงานสหประชาชาติ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยระบุว่า ขอชื่นชมผู้อำนวยการใหญ่ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการขจัดความยากจน และความก้าวหน้าทางสังคม เพื่อช่วยให้แรงงานทั่วโลกได้รับประโยชน์จากโอกาสในการทำงานที่มีคุณค่า
ประเทศไทยขอสนับสนุนให้สมาชิกองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) พัฒนา “ความริเริ่มว่าด้วยการยุติความยากจน“ ต่อไป ในฐานะแนวทางหนึ่งเพื่อบรรลุตามวาระว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ของสหประชาชาติ ไทยเห็นด้วยกับผู้อำนวยการใหญ่ว่างานที่มีคุณค่า ความยุติธรรมทางสังคม และการปรับเปลี่ยนรูปแบบของงานคือกุญแจแห่งทางออกที่ยั่งยืน เราเชื่อมั่นด้วยว่าประเทศสมาชิก ILO ทุกประเทศมีวิธีการเฉพาะของตนเองบนพื้นฐานของสภาวะของประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและการยกระดับคุณภาพชีวิต
สำหรับประเทศไทย เราได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นหลักแนวคิดแห่งการพึ่งพาตนเอง และแนวทางการดำรงชีวิตที่สมดุล ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีหลักการสำคัญ ๓ ประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน โดยอาศัยเงื่อนไขของความมีคุณธรรมและมีความรู้ ซึ่งเป็น หลักสำคัญของนโยบายและมาตรการด้านเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลตามแนวทาง “ประชารัฐ”
“ประชารัฐ” เป็นแนวคิดของรัฐแห่งการมีส่วนร่วมที่มุ่งสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และให้โอกาสแก่ประชาชนทุกคน เฉพาะอย่างยิ่งผู้มีรายได้น้อย และไม่มีงานที่มั่นคง ให้ได้รับความคุ้มครองและสามารถพึ่งพาตนเองได้
สำหรับกรอบแนวคิดในการทำงาน รัฐบาลได้ทำงานกับทุกภาคส่วนเพื่อริเริ่มหลักการแบบองค์รวมแห่ง “โอกาส 3 ประการ” เพื่อขจัดความยากจนและส่งเสริมความสงบสุขที่มุ่งสู่สังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม
ประการแรก โอกาสแห่งการเริ่มต้น โดยรัฐบาลส่งเสริมและจัดให้มีสภาวะพื้นฐานเพื่อการมีงานทำ เราสนับสนุนให้ประชาชนได้รับความจำเป็นพื้นฐานสำหรับการมีงานทำ โดยได้ตั้งกองทุนขึ้นมาหลายแหล่ง อาทิ กองทุนหมู่บ้าน และกองทุนสำหรับผู้รับงานไปทำที่บ้าน เราได้เน้นถึงการสร้างสมรรถนะโดยจัดการพัฒนาฝีมือแรงงาน เมื่อมีการเข้าถึงแหล่งทุนและทักษะที่เพียงพอ จะช่วยให้พวกเขาพร้อมที่จะเริ่มการทำงานและบริหารจัดการธุรกิจของตนเองที่มีศักยภาพที่จะช่วยสร้างงานให้ผู้อื่นได้ด้วย
ประการที่สอง โอกาสในการพัฒนา ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่คนงานต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน เฉพาะอย่างยิ่งทักษะฝีมือ ประเทศไทยได้จัดทำระบบมาตรฐานฝีมือแรงงานและกรอบคุณสมบัติที่ช่วยให้พวกเขาได้ทำงานในรูปแบบปกติ และมีรายได้ที่สูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
ประการที่สาม โอกาสในการคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการจ้างงานที่มั่นคงและยั่งยืน รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อสร้างหลักประกันต่อมาตรฐานการครองชีพและสภาพการทำงานที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน มีการดำเนินโครงการหลักประกันสุขภาพทั่วหน้า และสำหรับแรงงานนั้น เรามีมาตรการประกันสังคมสำหรับแรงงานโดยไม่คำนึงถึงสถานะ เราย้ำถึงการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย โดยสนับสนุนให้ทั้งบริษัทและแรงงานมีความน่าเชื่อถือและปฏิบัติสอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานที่จำเป็น
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ทอดทิ้งผู้ใดไว้เบื้องหลัง เราจึงขอเรียกร้องให้องค์ประกอบไตรภาคีของ ILO ทุกฝ่ายและทุกองค์การ ทำงานร่วมกันในการขจัดความยากจน และส่งเสริมงานที่มีคุณค่า เพื่อบรรลุความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความมั่งคั่งที่ยั่งยืนและมั่นคงเพื่อปวงชนรุ่นปัจจุบันและอนุชนรุ่นหลัง







