ยึดคืนพื้นที่ป่าถูกบุกรุกใหม่เมืองน่าน 1,334 ไร่
น่าน – ป่าไม้เดินหน้าทวงคืนผืนป่า ยึดที่บุกรุกใหม่ใน ต.ยาบหัวนา อ.เวียงสา คืนอีก 1,334 ไร่
น่าน – ป่าไม้เดินหน้าทวงคืนผืนป่า ยึดที่บุกรุกใหม่ใน ต.ยาบหัวนา อ.เวียงสา คืนอีก 1,334 ไร่
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า พร้อม นายชัยรัตน์ แสงปาน ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ และนายนิวัฒน์ งามธุระ นายอำเภอเวียงสา พร้อมด้วยกำลังพลหน่วยทหารและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านนาก้า หมู่ที่ 1 และ บ้านฮากฮาน หมู่ที่ 2 ต.ยาบหัวนา อ.เวียงสา จ.น่าน บริเวณป่าน้ำสาฝั่งขวาตอนขุน หลังจากตรวจสอบและเปรียบเทียบภาพถ่ายดาวเทียมปี 2557-2558 พบว่ามีการบุกรุกป่าใหม่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งมีการแบ่งย่อยเป็นรายแปลง รวม 53 แปลง เนื้อที่รวม 1,334 ไร่
นายอรรถพล เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งปรากฏชัดเจนว่าเป็นการบุกรุกป่าใหม่ มีลักษณะการใช้สารเคมีและยาฆ่าหญ้าในการทำเกษตร มีร่องรอยการใช้รถไถเข้าบุกเบิก ซึ่งจะต้องบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย เพราะเป็นการบุกรุกป่าหลังปี 2557 ตามคำสั่ง คสช. ที่ 64 และ 66 โดยจะทำการตรวจยึดผืนป่า และหลังจากนี้จะมีการติดประกาศการตรวจยึดพื้นที่และอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากติดประกาศแล้ว หากพบว่ามีบุคคลใดเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ตรวจยึดจะต้องถูกดำเนินคดีทันที
นายชลธิศ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย กับผืนป่าที่ถูกบุกรุกหลังปี 2557 และลักษณะที่เป็นนายทุน เพื่อหยุดยั้งการบุกรุกป่า ซึ่งพื้นที่ตรวจยึดมาได้จะนำมาฟื้นฟูให้เป็นป่าและพื้นที่สีเขียวเพื่อให้เป็นป่าที่ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าและใช้ประโยชน์จากป่าได้อย่างมีสมดุล สำหรับการรักษาป่าต้นน้ำน่าน เป็นเรื่องของจิตสำนึกที่เห็นคุณค่าของผืนป่า โดยคนน่านจะเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูและดูแลรักษาป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ได้ ส่วนทางกรมป่าไม้ยังคงต้องเดินหน้าใช้แผนปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนและการบุกรุกป่าใหม่ เพื่อนำผืนป่ากลับคืนมาให้ได้ โดยขณะนี้ทางกรมป่าไม้ มีแนวทางในการป้องกันรักษาป่าและการส่งเสริมฟื้นฟูป่า ซึ่งจะเป็นในลักษณะ คนอยู่ได้ ป่าไม่หาย และได้ป่าคืน โดยใช้กฎหมายเพื่อทวงคืนผืนป่าจากนายทุน และใช้ภาคเกษตรแบบวนเกษตร เพื่อให้คนมีรายได้จากป่าโดยไม่ต้องทำลายป่า และการหารือร่วมกับทางฝ่ายปกครองและกรมวิชาการเกษตร เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกษตรกร ได้อย่างเป็นภาพรวมมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังเตรียมปรับโครงสร้างกรมป่าไม้เพื่อให้ทำงานได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องบุคลากรชุดปฏิบัติการ โดยเตรียมผลิต “เสนารักษ์ พิทักษ์ป่า” ซึ่งจะผ่านการคัดกรองและฝึกอบรม เพื่อประจำทุกหน่วยในการทำงานด้านป่าไม้ ทั้งมิติการป้องกันและปราบปราม และมิติการส่งเสริมฟื้นฟู และเตรียมใช้เทคโนโลยี จัดทำระบบการติดตามผืนป่าแบบเรียลไทม์ ผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อสามารถตรวจสอบพื้นที่ป่าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะสนับสนุนให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น







