
นปช.จี้ศาลรธน.วินิจฉัยม.61ให้ชัดเจน ป้องกันเกิดปัญหา
นปช.เรียกร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา61ให้ชัดเจน ป้องกันเกิดปัญหา วอนอย่ามองตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติในแง่ร้าย
นปช.เรียกร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา61ให้ชัดเจน ป้องกันเกิดปัญหา วอนอย่ามองตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติในแง่ร้าย
นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นางธิดา โตจิราการ และแกนนำนปช. ได้เข้ายื่นหนังสือถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 วรรคสอง ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ภายใน 7 วัน และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติชะลอการทำจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่าเกรงจะสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมาก
นายจตุพร กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญคำวินิจฉัยก่อนวันออกเสียงประชามติเพียงไม่กี่วัน ก็ก่อให้เกิดความเสียหายให้กับประเทศชาติ เสียงบประมาณไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท นปช.จึงมาเรียกร้องศาลรัฐธรรมนูญให้เร่งพิจารณาวินิจฉัย ใช้ความสามารถเหมือนตอนพิจารณายุบพรรคพลังประชาชน ที่เขียนคำวินิจฉัยส่วนตัวนับร้อยหน้าโดยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง อย่าให้ประเทศไทยจ่ายค่าโง่การทำประชามติ เพราะถ้าหากไปวินิจฉัยหลังวันที่ 7 ส.ค. อาจทำให้การทำประชามติเป็นโมฆะได้ แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกดดันการทำงานของศาลแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเคยทำให้เกิดวิกฤต
"ครั้งนี้จึงอยากให้ศาลวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน ว่าถ้าหากขัดเพียงมาตราเดียว ประชามติจะมีต่อหรือล้มไปทั้งฉบับ อย่าให้เหมือนตอนวินิจฉันมาตรา 291 รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ทำให้ต้องไปตีความกันเอง ส่วนกรณีที่เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าการพิจารณาอยู่พยานหลักฐานนั้น เรื่องดังกล่าวมีหลักฐานแค่ 2 ชิ้น คือ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ"ประธานนปช. กล่าว
นายจตุพร ยังกล่าวถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่กลุ่มนปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ว่า การตั้งศูนย์ดังกล่าวก็เพื่อช่วยในการทำประชามติให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่ได้สร้างปัญหาตามที่ได้กังวลกัน หากไม่มีการโกงเกิดขึ้น พวกตนจะไปบอกว่ามีการโกงก็ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ควรที่จะขอบคุณพวกตนด้วยซ้ำ ที่ช่วยทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิมากขึ้นไม่ให้อายพม่า และการที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกงก็จะต้องไม่ผ่านประชามติด้วยการโกง อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ปากกับใจตรงกัน หากเกลียดการโกงก็ต้องทำทั้งกายวาจาใจ อย่าปากว่าตาขยิบ
ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าทำไมนปช.ไม่ตั้งศูนย์ปราบโกงตอนโครงการรับจำนำข้าวบ้าง เรื่องดังกล่าวมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ทั้งป.ป.ช.และฝ่ายค้าน หากมีการตั้งศูนย์ปราบโกงในตอนนั้นก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเดียวกัน เข้าข้างกันก็จะไม่เป็นประโยชน์ใดๆ ขณะนี้เรื่องดังกล่าวก็อยู่ในการพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การที่บรรดาโฆษก คสช. หรือโฆษกกรรมร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกมาตอบโต้ที่นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงนั้น เหมือนเป็นการเล่นลิเก มัดมือชกประชาชน การกระทำเช่นนี้เหมือนเป็นการเล่นลิเกหลงโรง ยัดเยียดให้ประชาชนต้องเลือก ยืนยันว่าส่วนตัวจะไม่ดูลิเกหลงโรงนี้แน่นอน เพราะถ้าไม่มีมาตรา 61 วรรคสอง การทำประชามติจะเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก
"เราต้องการแค่สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ส่วนขั้นตอนที่จะบอกว่ารับหรือไม่รับเป็นเรื่องของประชาชน ผมอยากให้นายกรัฐมนตรีระวังเรื่องอารมณ์ของตนเอง เพราะถ้าแสดงอะไรออกมาจะส่งถึงวุฒิภาวะ และจะทำให้ประชาชนอึดอัด ลูกน้องก็พลอยที่จะโมโหตามไปด้วย ก็จะเข้ากับคำขวัญลงเรือแป๊ะตามใจแป๊ะ ถ้าแป๊ะยิ้มก็ยิ้มตาม ถ้าแป๊ะโมโหก็ต้องโมโหตามไปด้วย การตรวจสอบของนปช.เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยตรง ตอนตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์หรือทหารผ่านศึก ก็โดนเรียกไปปรับทัศนคติ แล้วจะให้พวกตนทำอย่างไร การที่นายกฯให้สัมภาษณ์ในทำนองว่านปช.อยากตั้งศูนย์ปราบโกงก็ตั้งไป อย่าทำผิดกฎหมาย แต่ทำไมตอนคดีจำนำข้าวนปช.ไม่ตั้งศูนย์ปราบโกงบ้าง แล้วถ้าตนถามกลับว่าทำไมตอนกปปส. ขัดขวางการเลือกตั้ง ทำไมไม่เห็นจัดการ การตั้งข้อสงสัยเช่นนี้จะทำให้เกิดคำถามไม่จบไม่สิ้น"นายณัฐวุฒิ กล่าว







