
สถานเสริมความงาม คุกคามชีวิต
หลงคิดว่า คงเนื่องมาจากใบหน้ามีรอยตีนกา ตกกระ มีเหนียงใต้คาง รวมทั้งรูปร่างออกจะเรียกว่าอวบระยะสุดท้าย
โดย...ปณิฏา สุวรรณปาล บรรณาธิการแมกกาซีน
หลงคิดว่า คงเนื่องมาจากใบหน้ามีรอยตีนกา ตกกระ มีเหนียงใต้คาง รวมทั้งรูปร่างออกจะเรียกว่าอวบระยะสุดท้าย เวลาไปช็อปปิ้ง รับประทานอาหาร หรือทำธุระปะปังตามห้างสรรพสินค้า ถึงได้ต้องพบเจอกับสถานเสริมความงามต่างๆ ทั้งประเภททำหน้าใส ใส่โบทอกซ์ ฉีดกลูต้าบลิ๊งๆ ยกกระชับเรือนร่าง ฯลฯ มาตามล้อมหน้าล้อมหลัง หลบหลีกจากเจ้านู้นก็มาเจอเจ้านี้ และอีกหลายๆ เจ้า จนบางทีก็รู้สึกเป็นไม้เบื่อไม้เมากับห้างต่างๆ ไปโดยทันที เพราะรำคาญพนักงานขายบริการกลุ่มนี้ ประหนึ่งแมลงวันแมลงหวี่ ไล่ทางนี้ก็มากันอีกทาง
ปรากฏว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับดิฉันคนเดียว หลังจากที่นำไปโพสต์รำพึงรำพันในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็มีหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และแบ่งปันประสบการณ์ร่วม ถึงความคับข้องรำคาญ ไม่สะดวกใจที่จะต้องเผชิญกับพนักงานขายของสถานเสริมความงามที่คอยดักหน้าดักหลัง ถึงขนาดจำจุดที่ตั้งของเคาน์เตอร์การขายเหล่านี้ ณ ห้างที่ไปใช้บริการเป็นประจำได้เลย ซึ่งแม้ว่าจะพยายามเดินหนี พนักงานขายเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะเดินตามตื๊อไม่เลิก ยื่นใบปลิว ใบปิด พยายามเสนอขาย รวมถึงการตะโกนไล่หลังแบบที่เรียกว่า อยู่ในระดับการพูดจาแบบไร้มารยาท พอหลายๆ ครั้งเข้า ก็เหมือนพวกเรากำลังถูกคุกคาม
เพื่อนบางคนมีจิตใจดีงาม ยอมสนทนากับพนักงานสถานเสริมความงามเหล่านี้ เสร็จแล้วก็ให้ต้องโมโหตัวเองที่ไม่น่าใจอ่อน บ้างทำเป็นถามว่ามีบัตรเครดิตยี่ห้อนี้ไหม พอตอบว่าไม่มีหรือบอกว่าไม่สนใจจะใช้บริการก็ยังไม่ลดละ ยังคงหาทางพยายามตามตื๊อ อ้อนวอนให้บอกแค่ขอชื่อเฉยๆ ก็ได้ พอกรอกชื่อเสร็จ ก็ให้กรอกข้อมูลตรงนี้เพิ่มให้หน่อย นึกว่าจะจบ ยังไม่ยอมปล่อย บังคับให้ลองสแกนหน้าก่อน พอยอมให้สแกนหน้า เครื่องเสีย! บอกจะไปแล้ว ก็ขอร้องให้อยู่ก่อน ให้ช่วยน้องที่ยังไม่พ้นโปรฯ ช่วยฟังน้องขายของก่อน กว่าจะตัดบทให้หลุดรอดการเหนี่ยวรั้งไปได้ก็แทบแย่กันเลยทีเดียว
อารมณ์แบบนี้แทบจะเป็นความรู้สึกที่ไม่ต่างจากการรับโทรศัพท์จากเบอร์โทรที่ไม่มีชื่ออยู่ในคอนแท็กต์ลิสต์ เพื่อที่จะพบว่า มันไม่ใช่การโทรมาเรื่องงานเรื่องการแต่อย่างใด หากเป็นโทรมาขายสินค้าและบริการ ขายประกัน ขายบัตรเครดิต ขายสมาชิกโรงแรม รวมทั้งขายสมาชิกสถานเสริมความงามก็มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวเช่นทุกวันนี้ สารพัดก็จะขายทยอย (โทร) กันมาไม่เว้นแต่ละวัน
สำหรับกลุ่มโทรขายประกัน ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เขาได้มีกฎระเบียบออกมาปกป้องประโยชน์ของผู้บริโภคอย่างชัดเจน ที่นอกจากจะบอกให้ผู้เสนอขายต้องแจ้งชื่อ-นามสกุล เลขที่ใบอนุญาตตัวแทน/นายหน้าประกันภัย พร้อมทั้งแจ้งว่าเป็นการขายประกันภัย และหากประชาชนไม่ประสงค์จะรับฟัง ผู้เสนอขายต้องยุติการสนทนาทันที และต้องไม่ติดต่อกลับมาอีกอย่างน้อย 6 เดือน
สำหรับกรณีที่ได้ทำประกันภัยไปแล้วจากช่องทางโทรศัพท์นี้ สามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับกรมธรรม์ประกันภัย โดยจะได้รับเบี้ยประกันภัยคืนเต็มจำนวน ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
บริษัทต้องโทรกลับหาผู้เอาประกันภัยอีกครั้งภายใน 7 วัน นับจากวันที่บริษัทส่งกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อยืนยันความต้องการทำประกันภัยอีกครั้ง และผู้เสนอขายจะต้องขออนุญาตบันทึกการสนทนา ในกรณีที่ประชาชนมีความประสงค์ที่จะรับฟังการเสนอขาย ซึ่งถ้าเกิดข้อโต้แย้งขึ้นภายหลัง สามารถนำเทปที่บันทึกบทสนทนานั้นมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ โดยการเสนอขายสามารถทำได้ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ระหว่างเวลา 08.30-19.00 น. เท่านั้น เว้นแต่มีการนัดหมายล่วงหน้าจากความยินยอมของผู้บริโภค
ถึงแม้ว่าการโทรศัพท์ หรือล้อมหน้าล้อมหลังขายบริการของสถานเสริมความงาม อาจจะยังไม่ได้ส่อพฤติกรรมการขายสมาชิกแบบส่อที่จะโกง หรือเอาเปรียบผู้บริโภคเท่ากับการขายสมาชิกฟิตเนสที่เคยเป็นข่าวเป็นคราวก่อนหน้านี้ กรณีขายสมาชิกแบบที่ผูกมัดลูกค้าไว้ตลอดกาล หรือขายสินค้าและบริการตั้งแต่ยังไม่มีสถานที่ประกอบกิจการเอาไว้รองรับ หากด้วยความที่สถานเสริมความงามขยายจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับดอกเห็ด ใครจะรับรองได้ว่าเหตุการณ์ประมาณนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไร
การคุกคาม ประชิดถึงตัว ล้อมหน้าล้อมหลังแบบกัดไม่ค่อยอยากจะปล่อยตามห้าง สร้างความรำคาญและทำให้คนรู้สึกเสียเวลาในชีวิตไม่ต่างจากกลุ่มที่โทรมาขายประกัน ขายบัตรเครดิต แถมยังอาจจะแย่ยิ่งกว่า เนื่องเพราะไม่ใช่สิ่งจำเป็นของชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่คนที่ไปเดินช็อปปิ้งหรือทำธุระตามห้างสรรพสินค้าต้องการ
จะเป็นไปได้มั้ย ที่กลุ่มผู้ประกอบการน้ำดี ที่ไม่ได้มีพฤติกรรมแบบที่ผู้บริโภคต้องร้องยี้แบบที่กล่าวไปข้างต้น จะออกมารวมตัวกันก่อตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจความงามขึ้นมาบ้าง เพื่อที่จะควบคุมกันเอง ทั้งด้านคุณภาพและบริการ รวมถึงตั้งกฎกติกามารยาทในการทำธุรกิจ อีกทั้งการเสนอขายที่คำนึงถึง-ไม่คุกคามผู้บริโภค เช่นเดียวกับในวงการธุรกิจประกันภัยมี คปภ.คอยทำหน้าที่รับผิดชอบอยู่
เชื่อว่าคณะกรรมการนี้จะช่วยยกระดับให้ผู้ประกอบการสถานเสริมความงามต่างๆ ให้ดูดี น่าใช้บริการขึ้นเยอะ
ปล่อยให้คนที่มีความต้องการซื้อประกัน ซื้อบัตรเครดิต ซื้อบริการความงามเป็นผู้ตัดสินใจคนเลือกเองจะดีกว่า อย่าได้มาคุกคามกันตามห้างอีกเลย







