
ปั้นโรงเกลือ เชื่อมอาเซียน
“พาณิชย์” ร่วมมือ 21 หน่วยงานปราบสินค้าละเมิดหายไปจากตลาดโรงเกลือ พร้อมใช้นโยบายประชารัฐดันเป็นศูนย์กลางตลาดอาเซียน
“พาณิชย์” ร่วมมือ 21 หน่วยงานปราบสินค้าละเมิดหายไปจากตลาดโรงเกลือ พร้อมใช้นโยบายประชารัฐดันเป็นศูนย์กลางตลาดอาเซียน
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เข้มงวดในการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่จำหน่ายในตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการจนเกิด “สระแก้วโมเดล” ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 21 หน่วยงานมาร่วมมือกันในการปราบปราม เพื่อลดจำนวนสินค้า ร้านค้า พื้นที่จำหน่ายสินค้าละเมิดให้น้อยลงและหมดไป และปรับเปลี่ยนมาจำหน่ายสินค้ามือสอง สินค้าทางการเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าหัตถกรรม และสินค้าโอท็อป
ล่าสุดพบว่าการจำหน่ายสินค้าละเมิดได้ลดลงและแทบจะไม่มีการจำหน่ายอีก ซึ่งเป็นผลจากการปราบปรามอย่างเข้มงวด ประกอบกับการประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ลด ละ เลิก จำหน่ายสินค้าละเมิด ได้ส่งผลทำให้ตลาดโรงเกลือประสบภาวะเศรษฐกิจซบเซา
อย่างไรก็ตาม ทาง จ.สระแก้ว ได้พลิกวิกฤตดังกล่าวให้เป็นโอกาสในการพัฒนาตลาดโรงเกลือ โดยใช้แนวทางประชารัฐที่กระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในจังหวัด ผลักดันให้ตลาดโรงเกลือเป็น “ศูนย์กลางตลาดอาเซียนและศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังกัมพูชาและเวียดนาม” เพื่อให้สอดคล้องกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว รวมทั้งการเชื่อมโยงไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย
สำหรับการปราบปรามที่ตลาดโรงเกลือ กระทรวงพาณิชย์จะประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการเคารพสิทธิ และส่งเสริมความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง
นายบำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย ประธานสภาหอการค้าจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า จากมาตรการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว ในช่วงที่ผ่านมา ขณะนี้ผู้ประกอบการร้านค้าภายในตลาดได้มีการปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวทางการจำหน่ายสินค้าตามนโยบายของภาครัฐแล้ว
ขณะที่ภาพรวมมูลค่าเศรษฐกิจการค้าชายแเดน จ.สระแก้ว ในปีนี้ คาดว่าจะแตะที่ 1 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อเนื่องราว 11-12% จากในปีก่อน มีมูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท โดยมี 3 ธุรกิจ-บริการที่เติบโตดี คือ 1.กลุ่มสินค้าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง 2.กลุ่มการเกษตรและสินค้าที่เกี่ยวข้อง และ 3.กลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภคต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะยังมีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่องนับจากนี้







