
เว้นภาษีบ้าน50ล้าน
คลังลุ้น ครม.อนุมัติภาษีที่ดิน ไม่เก็บภาษีบ้านหลังแรก ราคาไม่เกิน 50 ล้าน ส่วนที่ดินว่างเปล่าเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า
คลังลุ้น ครม.อนุมัติภาษีที่ดิน ไม่เก็บภาษีบ้านหลังแรก ราคาไม่เกิน 50 ล้าน ส่วนที่ดินว่างเปล่าเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ คาดว่าจะมีการนำร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เข้าสู่การพิจารณาหลังจากกระทรวงการคลังได้เสนอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เห็นชอบแล้ว
ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลักการกฎหมายฉบับนี้จะแบ่งที่ดินออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทที่อยู่อาศัย ที่ดินเพื่อการเกษตร ที่ดินเพื่อการพาณิชย์ และที่ดินรกร้างว่างเปล่า
กรณีบ้านอยู่อาศัย หากมีบ้านหลังเดียว มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษี หากราคาที่อยู่อาศัยเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป จะเสียภาษีโดยมีอัตราเพดานสูงสุดที่ 0.5% แต่จัดเก็บจริงจะเก็บตามขั้นบันได
“ที่ผ่านมาเราพยายามผลักดัน แต่ก็จะถูกโจมตีตลอดว่าจะเก็บภาษีคนจน แต่ในครั้งนี้เราเริ่มตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป คนที่มีบ้านราคาดังกล่าวเชื่อว่าไม่มีทางจนแน่นอน ใครที่มีบ้านหลังแรกต่ำกว่า 50 ล้านบาท ก็ได้รับการยกเว้นไป แต่หากมี 2 หลัง จะต้องเสียตั้งแต่บาทแรกทันที” นายสมชัย กล่าว
ทั้งนี้ กรณีมีที่อยู่อาศัยหลายหลัง หรือมีบ้านตั้งแต่ 2 หลังขึ้นไป จะเสียภาษีทันทีในบ้านหลังที่สองตั้งแต่บาทแรก โดยมีอัตราเพดานสูงสุดที่ 0.5% ส่วนที่ดินประเภทอื่นก็จะเก็บอัตราภาษีเป็นขั้นบันไดเช่นกัน โดยวัตถุประสงค์ของกฎหมายก็เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม และให้มีการกระจายใช้ที่ดินมากขึ้น รวมถึงเพิ่มการเก็บรายได้ให้กับประเทศ
สำหรับประเภทที่ดินที่จะเสียภาษีมากที่สุด คือ กลุ่มที่ดินรกร้างว่างเปล่าและไม่ใช้ประโยชน์ จะจัดเก็บภาษีโดยมีอัตราเพดานสูงสุด 5% ในปีที่ 1-3 หลังจากนั้นหากไม่ได้มีการทำประโยชน์ในปีที่ 4-6 จะจัดเก็บเพิ่มอีกเท่าตัว
ปลัดกระทรวงการคลัง คาดว่าในปีแรกที่มีการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะมีรายได้เข้าท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเป็น 6 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันจัดเก็บรายได้ภาษีท้องถิ่นอยู่ที่ 2-3 หมื่นล้านบาท โดยภาษีดังกล่าวจะต้องเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้อย่างแน่นอน
สำหรับการดำเนินการหลังจากผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2560 เพื่อให้สอดรับกับการประเมินราคาที่ดิน และจะขอเงินงบประมาณจาก ครม. ให้กรมธนารักษ์ไปใช้สำรวจและประเมินข้อมูลของราคาที่ดิน ซึ่งจะทำทั่วประเทศเป็นการปรับปรุงข้อมูลทั้งหมด โดยจะต้องแล้วเสร็จก่อนที่จะมีการประกาศใช้กฎหมาย







