
ตำรวจปคม.รวบแก๊งลวงสาวไปค้าบริการในต่างประเทศ
ตำรวจปคม.จับกุมหญิงเป็นนกต่อลวงสาวไปค้าประเวณีในประเทศบาห์เรน พร้อมประสานป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์
ตำรวจปคม.จับกุมหญิงเป็นนกต่อลวงสาวไปค้าประเวณีในประเทศบาห์เรน พร้อมประสานป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผบก.ปคม. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผบก.ปคม. เจ้าหน้าที่ตร.กก.3บก.ปคม. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ องค์กรทำดี และชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร่วมกันแถลงข่าวผลจับกุมน.ส.ฐานิต ปรีชาเลิศ อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 968/2559 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 และน.ส.สุภรัตน์ ปราบคนชั่ว อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1034/2559 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ใน 3 ข้อหา ตามความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ร.บ.ป้องกันละปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยจับกุมได้ที่อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี
พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เน้นย้ำนโยบายการปราบปรามการค้ามนุษย์ จนกระทั่งวันที่13พ.ค. ที่ผ่านมาทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้พาแม่ของ หญิงอายุ 30 ปี มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนบก.ปคม. ว่าบุตรสาวถูกลักพาตัวไปบังคับให้ค้าประเวณีตามโรงแรมหลายแห่งกลางกรุงมานามา ประเทศบาห์เรน ทางบก.ปคม.ได้ทำการสืบสวนประสานข้อมูลไปยังกรมการกงศุล ให้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำบาห์เรน
กระทั่งตำรวจมานามา ประเทศบาห์เรนได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่เอกอัครราชฑูตไทยประจำบาห์เรน เข้าช่วยเหลือ หญิงรายนี้พร้อมหญิงไทยคนอื่นๆ รวม 6 คน ที่ถูกบังคับให้ไปค้าประเวณีที่เมืองมานามา จากนั้นทางสถานเอกอัครราชฑูตไทยประจำบาห์เรนได้ช่วยเหลือหญิงไทยทั้ง 6 คน กลับมาที่ประเทศไทยเมื่อวันที่20พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปคม. เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) สนามบินสุวรรณภูมิ และนักสังคมสงเคราะห์จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) รอรับหญิงไทยทั้ง 6 คน มาร้องทุกข์ตามระเบียบกับพนักงานสอบสวนบก.ปคม.
อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนเหยื่อเคราะห์ร้าย ทราบว่าถูกผู้ต้องหาทั้งสองหลอกลวงให้ค้าประเวณีที่กรุงมานามา เจ้าหน้าที่จึงนำหมายจับเข้าจับกุมตัว
ขณะที่น.ส.ฐานิต เปิดเผยว่า ประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าขายอาหารเป็นหลัก ซึ่งทราบเพียงว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นร้านนวดแต่รายละเอียดอื่นๆ นั้นไม่ทราบ เพราะประเทศบาห์เรนมีหลายโซน ไม่รู้ว่ามีหญิงไทยมาค้ามนุษย์จำนวนเท่าไหร่ ที่รู้จักกับผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายได้ฝากให้ซื้อข้าวของเครื่องใช้เท่านั้น ขณะที่ น.ส.สุภรัตน์ เปิดเผยว่า ตนทีฐานะยากจนและเป็นเครือญาติกับผู้เสียหาย ทั้งนี้ไม่เคยเดินทางไประเทศบาห์เรน ไม่รู้จักกับน.ส.ฐานิต และไม่รู้จักกับนายหน้าในประเทศบาห์เรนด้วย
สำหรับพฤติการณ์ของขบวนการนี้จะมี นกต่อที่มีประสบการณ์เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศจะส่งเงินกลับมาให้ทางบ้าน ซื้อรถหรือทรัพย์สินอื่น แต่งการภูมิฐาน จะเข้ามาชักจูงชวนเชื่อให้เหยื่อไปทำงานที่ต่างประเทศอ้างว่ามีรายได้ดี ทำงานเพียงหนึ่งเดือนก็สามารถปลดหนี้ได้ บางรายนำภาพการทำงานที่ดีมาประกอบการชักจูง อีกทั้งยังเป็นธุระในการติดต่อดำเนินการส่งเหยื่อไปต่างประเทศ โดยอ้างว่าไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและยอมไปทำงานด้วย
ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนยังพบอีกว่า นอกจากประเทศบาห์เรนแล้ว ยังมีประเทศอื่น เช่นประเทศเกาหลี ที่ถูกจับตาดูขบวนการนี้ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และมีมาตรการตามกฎหมายในการปิดกั้นไม่ให้ขบวนการค้ามนุษย์และหญิงไทยที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อประกอบอาชีพหมอนวดอีก
อย่างไรก็ตามในวันที่ 6 มิ.ย.จะเป็นวันต่อต้านการค้ามนุษย์ บก.ปคม.ขอประกาศสงครามกับการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ และจะทำงานร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการปราบปรามป้องกันการค้ามนุษย์ โดยหลังจากนี้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจะต้องถูกตรวจสอบจะมีการยึดทรัพย์สิน ซึ่งจะทำงานร่วมกันกับปปง. ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ที่ผ่านมาสามารถยึดทรัพย์ได้จำนวน 200 ล้านบาท หากพบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ปคม. 1191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 58 จนถึงวันที่ 5 มิ.ย. 59 บก.ปคม.มีผลการจับกุมคดีค้ามนุษย์และคดีอื่นๆ รวมจำนวน 2,511 คดี ผู้ต้องหา 3,130 คน พล.ต.ต.กรไชย กล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง3ข้อหา ตามความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ร.บ.ป้องกันละปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 35 ปี 7 เดือน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป







