
ตลท.สร้างช่องทางหนุน SE อยู่อย่างยั่งยืน
จากอดีต “ธุรกิจเพื่อสังคม” หรือ SE เกิดอย่างยั่งยืนได้ยากในประเทศไทย ส่วนหนึ่งเพราะขาดความต่อเนื่องของการทำธุรกิจ
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
จากอดีต “ธุรกิจเพื่อสังคม” หรือ SE เกิดอย่างยั่งยืนได้ยากในประเทศไทย ส่วนหนึ่งเพราะขาดความต่อเนื่องของการทำธุรกิจ ขาดการแนะนำ ขาดการสนับสนุนช่องทางการจำหน่าย ปรับปรุงสินค้าหรือคุณภาพต่างๆ
แต่ปัจจุบัน “SE” เริ่มได้รับความสนใจจากคนหลายฝ่าย รวมถึงประชาชนทั่วไปมากขึ้น เช่นเดียวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จากเดิมได้ช่วยเหลือภาคสังคมผ่านมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ มาจนกระทั่งก้าวปีที่ 10 ทั้งการหาคนที่ช่วยเหลือสังคมเพื่อมอบรางวัลเชิดชูความดีและเงินสนับสนุนให้พวกเขาได้ทำภารกิจความดีอย่างต่อเนื่อง
แต่ปี 2559 นี้จะเพิ่มบทบาททางสังคมในการเชื่อม (แมตชิ่ง) ให้บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ได้มาพบเจอกับ SE ที่ทาง ตลท.ได้ให้ทางมูลนิธิ องค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ ที่ ตลท. ร่วมกันทำงานมาแนะนำ SE มาให้
“เกศรา มัญชุศรี” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้จะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น ตรงนี้ ตลท.จะสร้างช่องทางหรือแพลตฟอร์มเพื่อให้เกิดการร่วมมือกันระหว่าง บจ.กับ SE โดยผ่านเว็บไซต์ www.SETsocialimpact.com ขึ้นมา หวังว่าจะเกิดเป็นชุมชนที่ทำให้ บจ.ที่มีเจตนารมณ์และอยากจะสนับสนุนเรื่องธุรกิจสังคมแต่ไม่มีช่องทาง และ SE ที่ความจริงเป็นธุรกิจที่ต้องมีรายได้และกำไร แต่ธุรกิจที่ทำคือเพื่อสนับสนุนสังคมเป็นที่ตั้ง ซึ่งจะทำให้สามารถอยู่อย่างยั่งยืนได้มากขึ้น โดยเว็บไซต์นี้จะเปิดอย่างเป็นทางการภายในเดือน ก.ค.นี้
ทั้งนี้ การติดต่อระหว่าง บจ.กับ SE ต่างฝ่ายต่างติดต่อโดยตรงกันเอง แต่จะมีรุ่นพี่ บจ.ที่ทำโครงการ SE ทั้งที่อยู่ในกระบวนการผลิต บจ.นั้นๆ หรือทำโครงการใหม่ มาให้คำแนะนำหรือยกตัวอย่างความสำเร็จและอุปสรรคที่ผ่านมาในการทำ พร้อมช่วยให้แนะนำ SE ต่างๆ ซึ่งก็มี บจ.ประมาณกว่า 10 แห่ง
สิ่งที่จะเกิดขึ้น ประสบการณ์ของ บจ.ในการทำธุรกิจหรือความเป็นมืออาชีพจะสามารถมาช่วยเพิ่มช่องทางหรือการสนับสนุนช่องทางหลายๆ ด้านให้กับ SE มากขึ้น เหมือนกับมาเป็นทั้งโค้ช ที่ปรึกษา และช่วยในการจำหน่ายสินค้าให้ เพราะ SE บางแห่งที่พร้อมบางอย่าง แต่อาจขาดความต่อเนื่องของรายได้ ซึ่งมีผลอย่างยิ่งที่จะทำให้อยู่อย่างยั่งยืนไม่ได้ ก็อาจมีช่องทางการจำหน่ายสินค้า มีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้ หรือการให้คำแนะ เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบดีไซน์ผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่าหรือแพ็กเกจให้มีความน่าสนใจขึ้น นอกจากนั้นจะยังเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้คนทั่วไปได้เข้า SE ได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะเดิมคนอาจจะไม่รู้ว่าต้องไปซื้อสินค้าหรือสนับสนุนสินค้าเหล่านี้ที่ไหน
เมื่อ บจ.กับ SE เกิดความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้นแล้ว ตลท.ก็ยังต้องทำหน้าที่ในการติดตามความร่วมมือนั้นด้วยว่าสามารถเกิดประสิทธิผลได้อย่างไรบ้าง เร็วๆ นี้ ตลท.มีแนวคิดทำโครงการที่จะให้บุคลากรในตลาดทุนที่เกษียณอายุงานไปแล้ว นำประสบการณ์ที่ได้ทำมาหลายด้านๆ มาแนะนำแก่ SE มากขึ้น ปัจจุบันได้รับคำตอบรับและการแสดงเจตน์จำนงที่พร้อมจะช่วยเหลือให้ SE อยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืน
สำหรับ ตลท.ได้หล่อหลอมเรื่องการช่วยเหลือภาคสังคมไปยังพนักงาน ตลท.อย่างต่อเนื่อง จนมั่นใจว่าเป็นยีนหรือวัฒนธรรมองค์กรอย่างหนึ่งของ ตลท. ยกตัวอย่างเช่น การแนะนำ “SHE” วิสาหกิจสุขภาพชุมชน บ้านกึ่งวิถีที่นำผู้ต้องหาหญิงมาฝึกนวดดัดจัดสรีระบำบัดอาการออฟฟิศซินโดรม เพื่อคืนอาชีพให้ เมื่อต้องกลับเข้าสู่สังคม โดยหลายๆ ครั้งก็แนะนำไปยัง บจ.หรือหน่วยงานต่างๆ ไป จนเกิดการบอกต่อและทำให้มีรายได้ต่อเนื่องได้ หรือทุกเดือนจะมีการสั่งข้าวจากชุมชน จ.สุรินทร์ ซึ่งก็มีการแนะนำการปรับปรุงแพ็กเกจ หรือการทำกิจกรรมผ่าน Local Alike ที่เป็น SE ที่แนะนำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และสังคมอย่างยั่งยืน
โดยหวังว่าในที่สุดเมื่อมีช่องทางเพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นชุมชนที่เชื่อมกันระหว่าง บจ. SE และประชาชนทั่วไป เท่ากับว่าทุกคนสามารถที่จะมีโอกาสและมีส่วนร่วมที่จะช่วยเปลี่ยนโลกนี้ได้ เพียงแต่จะเลือกทำหรือไม่เท่านั้นเอง







